<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ATSPF.org</title>
	<atom:link href="http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.atspf.org/blog2</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 May 2012 08:46:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>งานวันชาติ</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=152</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=152#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 08:36:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=152</guid>
		<description><![CDATA[เรียน ชาวไทยในฟินแลนด์
&#160;
เนื่อง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
&#160;
สถานเอกอัครราชทูตฯจะจัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรเพื่อเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&#160;
ในวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม 2554 ระหว่าง เวลา 19,00 น. &#8211; 22.00 น. ณ Kulturhuset Gården (G18),
&#160;
ที่อยู่ Yrjönkatu 18, กรุง เฮลซิงกิ (สถานที่เดียวกับปีที่ผ่านมา)
&#160;
ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ มีความยินดีเชิญชาวไทยในฟินแลนด์และ ครอบครัวเข้าร่วมในพิธีถวายพระพรและงานเลี้ยงอาหารค่ำตามวันและเวลาและ สถานที่ข้างต้นโดยพร้อมเพียงกัน
&#160;
กำหนดการ
&#160;
เวลา 19.00 น. ลงนามในสมุดถวายพระพร
&#160;
เวลา 19.30 น. อุปทูต กล่าวถวายพระพร ร่วมร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา
&#160;
เวลา 20.30 &#8211; 22.00 น. ร่วมรับประทานอาหาร
&#160;
การแต่งกาย
&#160;
สุภาพบุรุษ : ชุดสากลสีเข้ม หรือชุดประจำชาติ
&#160;
สุภาพ สตรี : ชุดไทยประจำ ชาติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=152' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p>เรียน ชาวไทยในฟินแลนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เนื่อง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สถานเอกอัครราชทูตฯจะจัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรเพื่อเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม 2554 ระหว่าง เวลา 19,00 น. &#8211; 22.00 น. ณ Kulturhuset Gården (G18),</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่อยู่ Yrjönkatu 18, กรุง เฮลซิงกิ (สถานที่เดียวกับปีที่ผ่านมา)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ มีความยินดีเชิญชาวไทยในฟินแลนด์และ ครอบครัวเข้าร่วมในพิธีถวายพระพรและงานเลี้ยงอาหารค่ำตามวันและเวลาและ สถานที่ข้างต้นโดยพร้อมเพียงกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กำหนดการ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลา 19.00 น. ลงนามในสมุดถวายพระพร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลา 19.30 น. อุปทูต กล่าวถวายพระพร ร่วมร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลา 20.30 &#8211; 22.00 น. ร่วมรับประทานอาหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การแต่งกาย</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุภาพบุรุษ : ชุดสากลสีเข้ม หรือชุดประจำชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุภาพ สตรี : ชุดไทยประจำ ชาติ หรือชุดสุภาพ (กระโปรง)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รายละเอียดเพิ่มเติม http://thaiembassy.fi</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=152</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>6. การทำงาน</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=135</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=135#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:52:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยู่ดี มีสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[6.1 ใบอนุญาตทำงาน (Työlupa)
ชาวต่างชาติที่ไม่ได้มาจากกลุ่มประเทศในเขตสหภาพยุโรป หากต้องการเข้ามาทำงานในประเทศฟินแลนด์นั้น จะต้องมีใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ (Oleskelulupa) และใบอนุญาติทำงาน (Työlupa) เสียก่อน ผู้ที่เดินทางมายังประเทศฟินแลนด์ในฐานะนักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำงาน ที่ได้รับค่าตอบแทนในประเทศฟินแลนด์ได้ การขอใบอนุญาตทำงานนั้น สามารถขอได้ทั้งในกรณีที่ได้งานแบบชั่วคราวหรือแบบถาวรก็ได้
ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานแรงงาน (Työvoimatoimisto) จะตรวจสอบความต้องการของตลาดแรงงานประกอบกับเงื่อนไขเบื้องต้นต่างๆ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตทำงานให้กับชาวต่างชาติแต่ละคน โดยทั่วไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตทำงานโดยระบุสาขาวิชาชีพไว้ด้วย ซึ่งผู้รับใบอนุญาติทำงานสามารถเปลี่ยนงานใหม่ได้ภายในสาขาเดียวกันกับที่ได้รับใบอนุญาตทำงานมา หากต้องการเปลี่ยนไปทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น จะต้องยื่นขอใบอนุญาติทำงานใหม่
ผู้ที่มีความประสงค์จะย้ายมาอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์ควรจะติดต่อขอใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ หรือสถานกงสุลฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย ในกรณีที่เดินทางเข้ามาทำงานโดยเฉพาะ นายจ้างสามารถติดต่อดำเนินการขอในอนุญาตทำงานก่อนที่ลูกจ้างจะเดินทางเข้ามาในประเทศฟินแลนด์ได้เช่นกัน
โดยทั่วไปแล้ว ใบอนุญาตทำงานที่ออกให้ครั้งแรกจะมีอายุหนึ่งปี ซึ่งสามารถยื่นของต่ออายุได้หากยังไม่หมดสัญญาจ้างงาน ภายหลังจากที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์เป็นระยะเวลาหนึ่งและได้รับใบอนุญาติมีถิ่นพำนักเป็นการถาวรแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติทำงานแยกต่างหากอีกต่อไป
ชาวต่างชาติมีสิทธิทำงานในประเทศฟินแลนด์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติทำงาน ในกรณีดังต่อไปนี้

มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักแบบถาวรหรือแบบต่อเนื่อง โดยพื้นฐานอื่นนอกจากการจ้างงา
มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนัก โดยพื้นฐานทางครอบครัว
มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักแบบชั่วคราว ภายใต้เหตุผลการคุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชน
มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักแบบชั่วคราว สำหรับอาชีพอันได้แก่ นักกีฬาอาชีพหรือผู้ฝึกสอน การทำงานในองค์กรทางศาสนาหรือองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปและวัฒนธรรม ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางขององค์กร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านต่างๆ หรือสื่อมวลชน

นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังได้รับการอนุญาติให้ทำงานโดยมีเงื่อนไขจำกัด (เช่นระยะเวลาทำงาน หรือจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์) ในกรณีดังต่อไปนี้

มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักเพื่อการศึกษา (ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)
มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักเพื่อการสอน หรืองานวิจัย (โดยมีสิทธิที่จะทำงานได้ภายใต้ข้อจำกัดเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี)
เดินทางมาประเทศฟินแลนด์เพื่อทำงานอันได้แก่ การติดตั้งเครื่องจักร หรือฝึกสอนการใช้งานเครื่องจักร และงานนั้นมีระยะเวลาไม่เกินหกเดือน เข้าร่วมโครงการภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=135' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p><strong>6.1 ใบอนุญาตทำงาน (Työlupa)</strong></p>
<p>ชาวต่างชาติที่ไม่ได้มาจากกลุ่มประเทศในเขตสหภาพยุโรป หากต้องการเข้ามาทำงานในประเทศฟินแลนด์นั้น จะต้องมีใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ (Oleskelulupa) และใบอนุญาติทำงาน (Työlupa) เสียก่อน ผู้ที่เดินทางมายังประเทศฟินแลนด์ในฐานะนักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำงาน ที่ได้รับค่าตอบแทนในประเทศฟินแลนด์ได้ การขอใบอนุญาตทำงานนั้น สามารถขอได้ทั้งในกรณีที่ได้งานแบบชั่วคราวหรือแบบถาวรก็ได้</p>
<p>ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานแรงงาน (Työvoimatoimisto) จะตรวจสอบความต้องการของตลาดแรงงานประกอบกับเงื่อนไขเบื้องต้นต่างๆ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตทำงานให้กับชาวต่างชาติแต่ละคน โดยทั่วไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตทำงานโดยระบุสาขาวิชาชีพไว้ด้วย ซึ่งผู้รับใบอนุญาติทำงานสามารถเปลี่ยนงานใหม่ได้ภายในสาขาเดียวกันกับที่ได้รับใบอนุญาตทำงานมา หากต้องการเปลี่ยนไปทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น จะต้องยื่นขอใบอนุญาติทำงานใหม่</p>
<p>ผู้ที่มีความประสงค์จะย้ายมาอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์ควรจะติดต่อขอใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ หรือสถานกงสุลฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย ในกรณีที่เดินทางเข้ามาทำงานโดยเฉพาะ นายจ้างสามารถติดต่อดำเนินการขอในอนุญาตทำงานก่อนที่ลูกจ้างจะเดินทางเข้ามาในประเทศฟินแลนด์ได้เช่นกัน</p>
<p>โดยทั่วไปแล้ว ใบอนุญาตทำงานที่ออกให้ครั้งแรกจะมีอายุหนึ่งปี ซึ่งสามารถยื่นของต่ออายุได้หากยังไม่หมดสัญญาจ้างงาน ภายหลังจากที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์เป็นระยะเวลาหนึ่งและได้รับใบอนุญาติมีถิ่นพำนักเป็นการถาวรแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติทำงานแยกต่างหากอีกต่อไป</p>
<p>ชาวต่างชาติมีสิทธิทำงานในประเทศฟินแลนด์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติทำงาน ในกรณีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักแบบถาวรหรือแบบต่อเนื่อง โดยพื้นฐานอื่นนอกจากการจ้างงา</li>
<li>มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนัก โดยพื้นฐานทางครอบครัว</li>
<li>มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักแบบชั่วคราว ภายใต้เหตุผลการคุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชน</li>
<li>มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักแบบชั่วคราว สำหรับอาชีพอันได้แก่ นักกีฬาอาชีพหรือผู้ฝึกสอน การทำงานในองค์กรทางศาสนาหรือองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปและวัฒนธรรม ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางขององค์กร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านต่างๆ หรือสื่อมวลชน</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังได้รับการอนุญาติให้ทำงานโดยมีเงื่อนไขจำกัด (เช่นระยะเวลาทำงาน หรือจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์) ในกรณีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักเพื่อการศึกษา (ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)</li>
<li>มีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักเพื่อการสอน หรืองานวิจัย (โดยมีสิทธิที่จะทำงานได้ภายใต้ข้อจำกัดเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี)</li>
<li>เดินทางมาประเทศฟินแลนด์เพื่อทำงานอันได้แก่ การติดตั้งเครื่องจักร หรือฝึกสอนการใช้งานเครื่องจักร และงานนั้นมีระยะเวลาไม่เกินหกเดือน เข้าร่วมโครงการภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ โครงการของสถาบันการศึกษาและสมาคมนักศึกษาต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป กิจกรรมเข้าค่ายทำงานต่างชาติ หรืองานอื่นๆ หรือการฝึกงานที่มีระยะเวลาในการทำงานไม่เกินหนึ่งปี</li>
</ul>
<p><strong>การทำงานโดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำงาน</strong></p>
<p>ในบางกรณี ชาวต่างชาติสามารถทำงานแบบได้รับค่าจ้างในประเทศฟินแลนด์ได้โดยที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน แต่บุคคลเหล่านั้นจะต้องเดินทางเข้ามาในประเทศฟินแลนด์โดยมีวีซ่าที่ถูกต้องและยังมีอายุการใช้งานอยู่</p>
<p>สำหรับผู้ที่มาประกอบอาชีพในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาติทำงาน (ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวก็สามารถทำงานเหล่านี้ได้เ เช่นเดียวกัน)</p>
<ul>
<li>ล่าม ครู และกรรมการกีฬา ที่มาทำงานในประเทศฟินแลนด์ โดยได้รับหนังสือเชิญหรือมีสัญญาจ้างงาน ที่มีระยะเวลาไม่เกินสามเดือน</li>
<li>ศิลปินอาชีพ นักกีฬา หรือผู้ช่วยนักกีฬา ที่มาทำงานในประเทศฟินแลนด์ โดยได้รับหนังสือเชิญหรือมีสัญญาจ้างงาน ที่มีระยะเวลาไม่เกินสามเดือน</li>
<li>ลูกเรือของเรือสินค้าที่มีการขึ้นทะเบียนเดินเรือระหว่างประเทศ​</li>
<li>ผู้เก็บผลไม้ป่าในช่วงฤดูร้อน เป็นระยะเวลาไม่เกินสามเดือน</li>
<li>ลูกจ้างถาวรของบริษัทที่มีฐานอยู่ในประเทศอื่นในสหภาพยุโรป ที่มาทำงานชั่วคราวในประเทศฟินแลนด์ หากบุคคลผู้นั้นมีใบอนุญาติมีถิ่นพำนักและใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุสำหรับในประเทศนั้นๆ</li>
</ul>
<p><strong>ใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้ที่ประกอบกิจการของตนเอง</strong></p>
<p>ใบอนุญาติทำงานสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะมีกิจการของตนเองนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศูนย์พัฒนาแรงงานและเศรษฐกิจ (TE-keskus) ว่ากิจการนั้นๆ จะสามารถประกอบได้หรือไม่ ทางศูนย์ฯยังมีหน้าที่ในการตัดสินใจว่ากิจการนั้นๆ เป็นกิจการชั่วคราวหรือต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากศูนย์พัฒนาแรงงานและเศรษฐกิจแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักงานตำรวจท้องถิ่นจะมีหน้าที่ในการออกใบอนุญาติทำงานให้ ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยคนต่างด้าว (Ulkomaalaislaki)</p>
<p><strong>6.2 ความเสมอภาคในชีวิตการทำงาน </strong><br />
<strong>กฎหมายการจ้างงาน และข้อตกลงร่วมอื่นๆ</strong></p>
<p>ในประเทศฟินแลนด์ มีข้อตกลงเรื่องเงื่อนไขการจ้างงานทั่วไป ที่มีผลบังคับใช้กับลูกจ้างทุกคนในประเทศฟินแลนด์ ซืึ่งข้อตกลงนี้ จะระบุถึง อัตราค่าจ้าง จำนวนชั่วโมงการทำงาน การคุ้มครองสิทธิของลูกจ้าง การประกันสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากนี้ นายจ้างมีหน้าที่ในการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินบำนาญ กองทุนประกันสังคม กองทุนประกันการว่างงาน และการประกันอุบัติเหตุ ให้กับลูกจ้างทั้งชาวฟินแลนด์และชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ลูกจ้างและนายจ้างสามารถทำข้อตกลงร่วมกัน เพื่อกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานเป็นกรณีพิเศษ ให้มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกว่าที่ระบุไว้ในข้อตกลงทั่วไป</p>
<p>ลูกจ้างทุกคนในประเทศฟินแลนด์ ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายให้มีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน นายจ้างจะต้องไม่เลือกปฏิบัติกับลูกจ้างโดยพื้นฐานทางเพศ รากเหง้า เชื้อชาติ สัญชาตหรือสัญชาติเดิม ศาสนา ความเชื่อ อายุ สุขภาพ ความทุพพลภาพ กิจกรรมทางการเมือง สมาชิกภาพของสหภาพแรงงาน และ อื่นๆ</p>
<p>ทุกครั้งที่เริ่มงานใหม่ ลูกจ้างควรทำสัญญาจ้างงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรกับนายจ้าง โดยที่สัญญาจ้างงานนั้น สามารถทำได้ทั้งแบบจำกัดระยะเวลาและแบบถาวร</p>
<p><strong>จำนวน ชั่วโมงการทำงาน วันหยุด และค่าจ้าง</strong></p>
<p>โดยปกติแล้ว ในประเทสฟินแลนด์ การทำงานแบบเต็มเวลาจะมีจำนวนชั่วโมงการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อาจมีเงื่อนไขแตกต่างไปในแต่ละหน่วยงาน โดยเงื่อนไขเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลาหรือเรื่องอื่นๆนั้น ขึ้นอยู่กับระเบียบหรือข้อบังคับของแต่ละหน่วยงาน</p>
<p>ในการสะสมวันหยุดประจำปีของลูกจ้างนั้น ลูกจ้างจะได้รับวันหยุดสะสมจำนวน 2 วันครึ่งต่อการทำงานหนึ่งเดือน (ปีละ 30 วัน) โดยปกติแล้ว วันหยุดประจำปีส่วนใหญ่จะถูกใช้ในช่วงฤดูร้อน โดยเหลือวันหยุดประจำปีอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์สำหรับช่วงฤดูหนาว แต่ที่ทำงานบางแห่งสามารถใช้วันหยุด<br />
ประจำปีทั้ง 30 วันในช่วงฤดูร้อนได้เลย โดยไม่ต้องเก็บไว้ใช้ในฤดูหนาวอีกหนึ่งสัปดาห์</p>
<p>ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำงาน และการคุ้มครองว่าด้วยการจ้างงาน เช่น สัญญาจ้างงาน อัตราค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันหยุด และอื่นๆ ได้จากศูนย์ตรวจสอบความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน (Työsuajelupiiri) และสามารถสอบถามทางโทรศัพท์ ได้ที่หมายเลข 0200 66 122 (อัตราค่าบริการพิเศษ)</p>
<p><strong>การประกอบกิจการส่วนตัวในประเทศฟินแลนด์</strong></p>
<p>ปัจจุบันชาวต่างชาติหลายคนได้เริ่มประกอบกิจการส่วนตัวในประเทศฟินแลนด์บ้างแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อศูนย์พัฒนาแรงงานและเศรษฐกิจ (TE-keskus) เพื่อขอคำแนะนำ การฝึกอบรม และข้อมูลต่างๆ ทางด้านการเงิน และเงินสนับสนุนได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ สำนักงานแรงงาน (Työvoimatoimisto) ยังสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ การจัดฝึกอบรมสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจของตนเองอีกด้วย</p>
<p>ผู้ที่มีความประสงค์จะประกอบกิจการส่วนตัวในประเทศฟินแลนด์ ควรที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อบังคับในการขอใบอนุญาติ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการนั้นๆ ก่อนที่จะตั้งบริษัท หรือเริ่มประกอบกิจการส่วนตัว กิจการใหม่ทุกกิจการจะต้องทำการจดทะเบียนการค้า ภายใต้ข้อบังคับของคณะกรรมการสิทธิบัตรและทะเบียนแห่งชาติ (Patentti- ja rekisterihallitus)</p>
<p>เงินสนับสนุน (Starttiraha) นั้นช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มดำเนินกิจการส่วนตัวได้และเป็นการส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆ ด้วย ทั้งยังช่วยให้ธุรกิจใหม่นี้สามารถยืนหยัดได้ในระยะแรก จนกระทั่งกิจการสามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคง เงินสนับสนุนนี้ให้เฉพาะสำหรับการเริ่มต้นกิจการใหม่เท่านั้น และไม่สามารถขอได้ถ้าได้เริ่มการดำเนินธุรกิจไปแล้ว ทั้งนี้ไม่มีข้อกำหนดใดๆ เกี่ยวกับธุรกิจว่าต้องเป็นแขนงใด</p>
<p>References<br />
Working in Finland: http://www.mol.fi/mol/fi/99_pdf/fi/06_tyoministerio/06_julkaisut/05_esitteet/tme7601e_workinginfinland.pdf (pages: 17 &#8211; 25)</p>
<p><strong>6.3 การหางานและการฝึกอาชีพ</strong></p>
<p>หากท่านกำลังมองหางานหรือที่ฝึกอาชีพในประเทศฟินแลนด์ ท่านสามารถขอคำแนะนำได้จากสำนักงานแรงงานท้องถิ่น (Työvoimatoimisto) โดยเวบไซต์ของกระทรวงแรงงาน http://www.mol.fi มีการรวบรวมรายชื่อของบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่กำลังเปิดรับสมัครพนักงาน รวมถึงรายชื่อสถานศึกษาที่เปิดสอนทางด้านการฝึกอาชีพ ท่านสามารถดูรายชื่อหน่วยงานที่เปิดรับสมัครงานได้ที่สำนักงานแรงงานได้โดยตรง หรือขอใช้บริการอินเตอร์เนท และขอคำแนะนำในการใช้อินเตอร์เนทเพื่อการหางานที่สำนักงานแรงงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ<br />
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน อินเตอร์เนทก็เป็นอีกวิธีหนึ่งช่วยให้การหางานมีความสะดวกมากขึ้น รวมถึงสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ Helsingin sanomat หรือหนังสือพิมพ์ที่แจกฟรี หรือการใช้บริการผ่านบริษัทจัดหางานได้เช่นกัน<br />
เว็บไซต์แนะนำสำหรับการหางาน<br />
http://www.mol.fi รวบรวมตำแหน่งว่างจากสำนักงานแรงงาน (Työvoimatoimisto) ต่างๆ<br />
http://www.aarresaari.net (Academic recruitment services)</p>
<p>http://www.oikotie.fi</p>
<p>http://www.rekry.com</p>
<p>http://www.staffpoint.fi</p>
<p>http://www.biisoni.fi</p>
<p>http://www.monster.fi</p>
<p>http://www.stepstone.fi</p>
<p>http://www.uratie.net</p>
<p>http://www.uranus.fi</p>
<p>http://www.tyopaikat.com</p>
<p>http://www.tyopaikat.fi</p>
<p>บริษัทจัดหางานเอกชน</p>
<p>http://www.manpower.fi</p>
<p>http://www.adecco.fi</p>
<p><strong>การลงทะเบียนเป็นผู้หางานผ่านสำนักงานแรงงาน</strong><br />
ชาวต่างชาติที่ย้ายมายังประเทศฟินแลนด์เป็นการถาวรและยังว่างงานอยู่ สามารถลงทะเบียนเป็นผู้หางานผ่านสำนักงานแรงงาน โดยประเทศฟินแลนด์มีกฏหมาย เพื่อให้ความช่วยเหลือในการปรับตัวเข้าสู่สังคมฟินแลนด์ (Kotoutumislaki) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 โดยชาวต่างชาติที่ย้ายมายังประเทศฟินแลนด์เป็นการถาวรมีสิทธิ์ ในการได้รับเงินสวัสดิการสำหรับการปรับตัวสู่สังคมของประเทศฟินแลนด์ (Kotoutumistuki) เป็นระยะเวลาสามปี นับจากวันที่ลงทะเบียนเข้าเป็นผู้ใช้บริการผ่านสำนักงานแรงงานเป็นครั้งแรก<br />
โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานแรงงานจะทำการสัมภาษณ์ และวางแผนการปรับตัวเข้าสู่สังคมฟินแลนด์ และ แผนการหางาน (Kotoutumissuunnitelma) ร่วมกับท่าน โดยให้คำแนะนำในการหาที่เรียนภาษา การวางแผนการหางานและฝึกอาชีพในอนาคต โดยพิจารณาถึงประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา รวมถึงเป้าหมายและสถานการณ์ในชีวิตของผู้ใช้บริการแต่ละคน หากท่านเข้าเรียนในหลักสูตรการเรียนของกระทรวงแรงงาน หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่มีเงื่อนไขตรงตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่กระทรวงแรงงานกำหนด ท่านก็มีสิทธิ์จะได้รับเงินสวัสดิการสำหรับคนว่างงานหรือเงินสวัสดิการเพื่อการปรับตัวเข้าสู่สังคมฟินแลนด์ ตามระยะเวลาที่กำหนด</p>
<p><strong>การฝึกอาชีพหรือปูพื้นการศึกษาใหม่ </strong></p>
<p>อย่าเพิ่งหมดหวัง หากท่านไม่สามารถหางานที่ตรงกับคุณสมบัติของท่านหรือถูกปฏิเสธงาน ประเทศฟินแลนด์เป็นดินแดนแห่งการให้โอกาสทางการศึกษา และให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบต่อเนื่อง อายุมิใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป ท่านสามารถเรียนภาษาเพิ่มเติม หรือฝึกวิชาชีพที่ท่านต้องการ หรือแม้กระทั้ง ปูพื้นฐานการศึกษาของท่านใหม่ก็ได้ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 5.1 การศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ (ผู้ใหญ่) ที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์<br />
ทั้งนี้ืท่านสามารถจะเลือกฝึกอาชีพโดยใช้สิทธิของผู้ใช้บริการผ่านสำนักงานแรงงาน ได้เช่นกัน โดยท่านจะต้องทำการติดต่อกับหน่วยงานที่ท่านต้องการฝึกอาชีพโดยตรง และ ยื่นเอกสารผ่านสำนักงานแรงงานเพื่อทำสัญญา หากสำนักงานแรงงานอนุมัติ ก็มีสิทธิ์ในการได้รับเงินสวัสดิการสำหรับคนว่างงาน จากสำนักงานสวัสดิการสังคม (KELA)</p>
<p><strong>6.4 การจ่ายภาษี</strong></p>
<p>ทุกคนในประเทศฟินแลนด์ที่มีรายได้จากการทำงานมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมาย ซึ่งอัตราภาษีเงินได้จะขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของแต่ละบุคคล และระยะเวลาที่ทำงานในประเทศฟินแลนด์ โดยอัตราภาษีเงินได้ในประเทศฟินแลนด์นั้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอัตราภาษีเงินได้ในประเทศอื่นๆ ในยุโรป สำหรับเงินภาษีที่รวบรวมได้นั้น รัฐบาลประเทศฟินแลนด์จะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกิจการต่างๆ รวมถึงการให้บริการสวัสดิการสังคม ได้แก่ การบริการด้านสุขภาพ การศึกษา ความปลอดภัย รวมถึงการดูแลเด็กและคนชรา</p>
<p>ก่อนที่จะเริ่มต้นทำงานนั้น ท่านจะต้องไปยื่นขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เงินได้ (Verokortti) ที่สำนักงานสรรพากร (Verotoimisto) ใกล้บ้านท่าน โดยปัตรประจำตัวผู้เสียภาษีเงินได้นั้น จะระบุรายได้ประเมินทั้งหมดของท่านและอัตราภาษีเงินได้ของท่านในรอบปีนั้นๆ ท่านจะต้องนำบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เงินได้ไปมอบให้กับนายจ้างของท่าน ก่อนที่จะเริ่มงาน ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว นายจ้างจะหักภาษีเงินได้จากเงินเดือนของท่าน ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีกับสำนักงานสรรพากรโดยตรง เมื่อครบปีแล้ว สำนักงานสรรพากรจะสรุปรายได้ของท่านและจำนวนภาษีเงินได้ในรอบปีที่ผ่านมาของท่าน ซึ่งท่านอาจจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติม หรืออาจจะได้รับเงินภาษีบางส่วนคืน ขึ้นอยู่กับจำนวนภาษีเงินได้ของท่านที่หักไปล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ ท่านควรจะตรวจสอบข้อตกลงว่าด้วยภาษีในประเทศฟินแลนด์ ข้อตกลงของสหภาพยุโรป และรายละเอียดที่สำคัญอื่นๆ เช่น การจัดการทรัพย์สินในต่างประเทศและเงินได้ส่วนบุคคล โดยท่านสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรใกล้บ้านท่าน</p>
<p>สำหรับนักเรียนที่มาศึกษาในประเทศฟินแลนด์ ถ้ามีรายได้ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป</p>
<p><strong>อัตราภาษี</strong><br />
อัตราภาษีเงินได้สำหรับผู้ที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ต่อเนื่องนานเกินกว่า 6 เดือน หรือผู้ที่มีถิ่นพำนักอย่างถาวรในฟินแลนด์ จะประกอบด้วย</p>
<p>ภาษีเงินได้ที่ต้องจ่ายให้รัฐ บาลกลาง (ดูตาราง 7.x)<br />
ภาษีคงที่ 28% ของรายได้จากการลงทุน<br />
ภาษีเทศบาลท้องถิ่น<br />
ภาษีสินทรัพย์รวม<br />
ภาษีโบสถ์</p>
<p>ตาราง 7.x ภาษีเงินได้ที่ต้องจ่ายให้รัฐบาลกลาง<br />
รายได้ก่อนหักภาษี<br />
ภาษีขั้นต่ำ<br />
อัตราภาษีสำหรับรายได้เกินจากภาษีขั้นต่ำ<br />
€12,200 to €17,000<br />
€17,000 to €20,000<br />
€20,000 to €32,800<br />
€32,800 to €58,200<br />
€58,200 -<br />
€8<br />
€440<br />
€860<br />
€3,356<br />
€9,706<br />
9.0%<br />
14.0%<br />
19.5%<br />
25.0%<br />
32.5%</p>
<p>ภาษีเทศบาลท้องถิ่นอยู่ในอัตรา 15% ถึง 20% ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ และสำหรับภาษีโบสถ์ อยู่ในอัตรา 1% ถึง 2% ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ เช่นกัน</p>
<p>สำหรับผู้ที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ไม่เกิน 6 เดือน ไม่ถือว่าเป็นผู้มีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ โดยจะต้องจ่ายภาษีเงินได้ในอัตราคงที่ 35% ของรายได้ทั้งปี</p>
<p>หากมีข้องสงสัยเกี่ยวกับการเสียภาษี ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้จากสำนักงานสรรพากรใกล้บ้านท่าน นอกจากนี้ ท่านยังสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว๊บไซต์ของสำนักงานสรรพากรที่ http://www.vero.fi/</p>
<p>อ้างอิง<br />
Publication of the National Board of Taxes 277e.06<br />
Publication of the National Board of Taxes 278e.07</p>
<p>http://www.uvi.fi</p>
<p>http://www.vero.fi</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=135</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5. การศึกษา</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=133</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=133#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:50:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยู่ดี มีสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[5.1 การศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ (ผู้ใหญ่) ที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ 
การเรียนภาษาฟินนิช
โครงการแหล่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ชาวต่างชาติ Selma มีบริการให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนต่างๆ ในเขตกรุงเฮลซิงกิและปริมณฑล (Espoo, Vantaa, Kauniainen, Tuusula, Järvenpää, และ Kerava)  โดยให้บริการวางแผนและคำแนะนำเรื่องการเรียนภาษาและการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเรียนภาษาฟินนิชและทำแบบฝึกหัด ผ่านทางอินเตอร์เนทได้ด้วย
เวบไซต์ที่สำคัญสำหรับชาวต่างชาติ
http://www.selma-net.fi/page.asp?_item_id=260 (เป็นภาษาฟินนิช)
http://oppiminen.yle.fi/easyfinnish (มีภาษาฟินนิชและภาษาอังกฤษ)
http://www.papunet.net  (เป็นภาษาฟินนิชอย่างง่าย ๆ)
Infopankki (มีหลายภาษา)
http://www.infopankki.fi/fi-fi/suomen_kielta_internetissa/
คำแนะนำเรื่องการเริ่มต้นเรียนภาษาฟินนิช สำหรับคนไทย 
ประเทศฟินแลนด์ มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาฟินนิชและภาษาสวีดิช (ภาษาสวีดิชเป็นภาษาหลักในบางพื้นที่เช่น เขต Ahvennanmaa หรือ Åland เมือง Närpes, Porvoo, Sipoo, Vaasa เป็นต้น)
ชาวฟินแลนด์ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ จะมีความรู้ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐต่างๆ ก็สามารถให้บริการเป็นภาษาอังกฤษได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การมีความรู้ความเข้าใจในภาษาฟินนิชนั้น ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยให้การติดต่อและการประกอบกิจธุระประจำวันมีความสะดวกยิ่งขึ้น และสามารถนำไปสู่ชีวิตการทำงานในประเทศฟินแลนด์ได้ในอนาคต
หากท่านเพิ่งย้ายถิ่นพำนักมายังประเทศฟินแลนด์ สถานที่แรกที่ท่านจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช) คือ สำนักงานแรงงานใกล้บ้านท่าน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=133' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p><strong>5.1 การศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ (ผู้ใหญ่) ที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ </strong></p>
<p><strong>การเรียนภาษาฟินนิช</strong></p>
<p>โครงการแหล่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ชาวต่างชาติ Selma มีบริการให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนต่างๆ ในเขตกรุงเฮลซิงกิและปริมณฑล (Espoo, Vantaa, Kauniainen, Tuusula, Järvenpää, และ Kerava)  โดยให้บริการวางแผนและคำแนะนำเรื่องการเรียนภาษาและการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเรียนภาษาฟินนิชและทำแบบฝึกหัด ผ่านทางอินเตอร์เนทได้ด้วย</p>
<p><strong>เวบไซต์ที่สำคัญสำหรับชาวต่างชาติ</strong><br />
http://www.selma-net.fi/page.asp?_item_id=260 (เป็นภาษาฟินนิช)<br />
http://oppiminen.yle.fi/easyfinnish (มีภาษาฟินนิชและภาษาอังกฤษ)<br />
http://www.papunet.net  (เป็นภาษาฟินนิชอย่างง่าย ๆ)</p>
<p>Infopankki (มีหลายภาษา)</p>
<p>http://www.infopankki.fi/fi-fi/suomen_kielta_internetissa/</p>
<p><strong>คำแนะนำเรื่องการเริ่มต้นเรียนภาษาฟินนิช สำหรับคนไทย </strong><br />
ประเทศฟินแลนด์ มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาฟินนิชและภาษาสวีดิช (ภาษาสวีดิชเป็นภาษาหลักในบางพื้นที่เช่น เขต Ahvennanmaa หรือ Åland เมือง Närpes, Porvoo, Sipoo, Vaasa เป็นต้น)</p>
<p>ชาวฟินแลนด์ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ จะมีความรู้ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐต่างๆ ก็สามารถให้บริการเป็นภาษาอังกฤษได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การมีความรู้ความเข้าใจในภาษาฟินนิชนั้น ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยให้การติดต่อและการประกอบกิจธุระประจำวันมีความสะดวกยิ่งขึ้น และสามารถนำไปสู่ชีวิตการทำงานในประเทศฟินแลนด์ได้ในอนาคต</p>
<p>หากท่านเพิ่งย้ายถิ่นพำนักมายังประเทศฟินแลนด์ สถานที่แรกที่ท่านจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช) คือ สำนักงานแรงงานใกล้บ้านท่าน ซึ่งเมื่อท่านได้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการผ่านสำนักงานแรงงาน ท่านจะได้รับคำแนะนำในการวางแผนเพื่อปรับตัวเข้าสู่สังคมของประเทศฟินแลนด์ (ท่านสามารถขอรับบริการนี้ได้ ภายในระยะเวลา 3 ปีแรกของการย้ายมาพำนักยังประเทศฟินแลนด์)</p>
<p>ในการเข้าเรียนหลักสูตรภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช) ขั้นพื้นฐาน ท่านต้องมีความคุ้นเคยกับตัวอักษรละติน (a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z) โดยสามารถเขียน สะกด และอ่านตัวอักษรเหล่านี้ เพื่อประกอบขึ้นเป็นคำหรือประโยคง่ายๆได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจไวยากรณ์หรือความหมายของภาษามาก่อน หากท่านไม่มีความคุ้นเคยกับตัวอักษรละตินมาก่อนเลย ท่านสามารถเเข้าเรียนหลักสูตรการเรียนสำหรับผู้ไม่มีพิ้นฐาน หรือไม่คุ้นเคยกับตัวอักษรละตินมาก่อน (Lukutaidoton kurssi) โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่การหัดคัดตัวอักษรละตินและการอ่านออกเสียงของตัวอักษร</p>
<p>ในหลักสูตรการเรียนภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช) โดยส่วนใหญ่ ภาษาที่ใช้ในชั้นเรียนจะเป็นภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช) ในขั้นแรกอาจจะเข้าใจได้ยากและดำเนินไปอย่างเชื่องช้า แต่การฟังคำอธิบายของครูผู้สอนเป็นภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช) นั้น จะช่วยพัฒนาทักษะการฟังของท่าน และทำให้ท่านมีความคุ้นเคยกับภาษาและเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ หลักสูตรที่จัดโดยสถาบันเอกชนต่างๆ มีหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนได้เช่นกัน</p>
<p><strong>ภาษาฟินนิช</strong></p>
<p>ภาษาฟินนิชนับว่าเป็นภาษาที่ยากและมีไวยากรณ์ที่ซับซ้อนมากภาษาหนึ่ง นอกจากนี้ การออกเสียงก็แตกต่างจากภาษาไทยเป็นอย่างมาก เมื่อท่านเริ่มเรียน ขอให้ตั้งใจเรียนหลักสูตรเบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วย คำศัพท์พื้นฐาน หลักไวยากรณ์ต่างๆ เช่น การผันคำกริยาตามกาลต่างๆ การผันคำเอกพจน์และพหูพจน์ รวมถึงการผันคำในปริบทต่างๆ การมีความรู้พิ้นฐานทางภาษาที่ดี จะนำไปสู่การมีทักษะการพูด เขียน อ่าน และทำความเข้าใจที่ดีต่อไป ท่านควรหมั่นทบทวน หลักสูตรเบื้องต้นซ้ำๆ หลายๆครั้ง เพื่อความมั่นใจ ในการเรียนระดับสูงขึ้นต่อไป</p>
<p>การฝึกพูดภาษาฟินนิช สามารถทำได้ทั้งในชั้นเรียนกับเพื่อนและครูผู้สอนและที่บ้าน การออกเสียงของภาษาฟินนิชนั้นค่อนข้างยากสำหรับชาวไทย ชาวฟินแลนด์มีความเคร่งครัดในการออกเสียงเป็นอย่างมาก เนื่องจาก การออกเสียงผิดเพี้ยนจะทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไปด้วย เช่น การออกเสียง ตัว R จะต้องกระดกลิ้น เหมือนการออกเสียง ร เรือ ในภาษาไทย และภาษาฟินนิช มีสระเสียงสั้นยาวเหมือนสระ “อะ” และสระ “อา” ในภาษาไทย ซึ่งหากออกเสียงไม่ถูกต้อง ความหมายก็จะผิดเพิ้ยนไปด้วย รวมทั้งการออกเสียงตัว Ä Ö และ Y จะต้องออกเสียงให้ถูกต้อง </p>
<p>การฝึกทักษะในการเข้าใจภาษาฟินนิช ท่านสามารถฝึกได้ด้วยการฟังรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ และเพลงต่างๆ ส่วนการฝึกทักษะการอ่าน ท่านสามารถใช้บริการยืมหนังสือต่างๆ จากห้องสมุด ซึ่งมีบริการอยู่ทั่วไปในประเทศฟินแลนด์ นอกจากนี้ ยังมีหนังสือพิมพ์ที่แจกฟรี ที่หาอ่านได้ทั่วไป และท่านยังสามารถหัดทำแบบฝึกหัดในเวบไซต์ต่างๆ ในอินเตอร์เนทได้เมื่อมีเวลาว่าง</p>
<p>การเข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆกับชาวฟินแลนด์ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเสริมสร้างทักษะในการใช้ภาษาฟินนิชได้เป็นอย่างดี สภากาชาดของฟินแลนด์มีกลุ่มอาสาสมัครสำหรับช่วยเหลือชาวต่างชาติ มีการจัดกลุ่มฝึกภาษาฟินนิชกับชาวฟินแลนด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สภากาชาดฟินแลนด์</p>
<p>ความรวดเร็วในการพัฒนาทักษะทางภาษาของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับทักษะทางภาษาเดิมที่มี และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง หากไม่เข้าใจในระยะแรกก็ไม่ควรท้อแท้ ควรตั้งใจหมั่นฝึกฝนและพึงระลึกไว้ว่า การเรียนภาษาใหม่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้น จะต้องค่อยเป็นค่อยไป จะต้องทำความเข้าใจหลักไวยากรณ์เป็นอย่างดีเสียก่อน จะช่วยให้สามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง พึงระลึกไว้ว่า พูดช้าๆเรียนรู้ช้า แต่ถูกต้อง ดีกว่าเรียนอย่างรีบเร่ง ข้ามขั้นตอน แต่สื่อสารไม่ถูกต้อง</p>
<p><strong>การวัดระดับความรู้ทางภาษาฟินนิช</strong></p>
<p>ความรู้ระดับสูง<br />
C 2.2 ระดับเทียบเท่าเจ้าของภาษาที่มีทักษะดีมาก<br />
C 2.1 ระดับเทียบเท่าเจ้าของภาษา</p>
<p>C 1.2 ระดับที่ใช้ภาษาได้เป็นอย่างดี และคล่องแคล่ว<br />
C 1.1 ระดับสูงขั้นพื้นฐาน<br />
ความรู้ระดับกลาง<br />
B 2.2 ระดับที่มีทักษะดี พึ่งพาตนเองได้<br />
B 2.1 ระดับพึ่งพาตนเองได้ ขั้นพื้นฐาน</p>
<p>B 1.2 นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองในการสื่อสารได้ ในสถานการณ์การสนทนาปกติ และมีทักษะการเขียนค่อนข้างเป็นธรรมชาติทั้งในสถานการณ์ทั่วไปในที่ทำงานและการในเวลาว่าง มีความเข้าใจความแตกต่างของภาษาทางการและภาษาแบบไม่เป็นทางการ ทั้งในภาษาเขียนและภาษาพูด เข้าใจเนื้อหาหลักในภาษาทั่วไป สามารถเขียนบทความสั้นๆ ได้ และสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้</p>
<p>B 1.1 นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองในการสนทนาได้ดีพอใช้ ในสถานการณ์ทั่วไปในที่ทำงานและในเวลาว่าง  มีทักษะทางภาษาเพียงพอในการทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป ในการทำงาน และในการเรียนสายอาชีพ หากได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น  มีความเข้าใจในเนื้อหาหลักในบทสนทนาทั่วไปและในเอกสารต่างๆ สามารถแสดงความรู้สึกของตนในการเขียน สามารถตอบคำถามต่างๆ ได้ สอบถามข้อมูลต่างๆ และเขียนอีเมลได้<br />
ความรู้ระดับเบื้องต้น<br />
A 2.2 นักเรียนมีความเข้าใจเนื้อหาส่วนใหญ่ในบทสนทนาทั่วไป มีทักษะการพูดเพียงพอในการสนทนากับผู้อื่นเกี่ยวกับชีวิตของตนและชีวิตประจำวันต่างๆ รวมทั้งประเมินอนาคตการทำงานได้ สามารถที่จะขอให้อธิบายในส่วนที่ไม่เข้าใจได้ มีความเข้าใจในเนื้อหาหลักในบทความสั้นๆ เช่น ประกาศ หรือคำแนะนำต่างๆ สามารถเขียนบทความง่ายๆ ได้ เช่น กรอกใบสมัคร ทำแบบฝึกหัด หรือเขียนเรียงความต่างๆ </p>
<p>A 2.1 นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองในการสื่อสารในสถานการณ์ปกติ มีความเข้าใจในคำพูดที่ชัดเจนหรือพูดซ้ำๆ สามารถถามคำถามง่ายๆ และตอบคำถามได้ เข้าใจเนื้อหาหลักในบทความง่ายๆ สามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เห็นภาพได้ชัดเจน เช่น กรอกใบสมัครต่างๆ เขียนข้อความสั้นๆ </p>
<p>A 1 นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองในการสื่อสารในสถานการณ์ธรรมดาในชีวิตประจำวัน สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตนเอง และตอบคำถามทั่วไปได้ เข้าใจบทสนทนาง่ายๆ สามารถค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ที่สั้นๆ ได้ มีความรู้ในคำศัพท์พื้นฐานในชีวิตประจำวัน ทักษะการเขียนยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง </p>
<p><strong>การศึกษาสำหรับผู้ใหญ่</strong></p>
<p>ประเทศฟินแลนด์ มีระบบการวางแผนการศึกษาสำหรับนักศึกษาผู้ใหญ่โดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจส่วนบุคคลและระดับการศึกษาที่ท่านมีมาก่อนหน้านี้ โดยสามารถเลือกศึกษาหลักสูตรได้ในทุกระดับ เช่น ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลักสูตรปริญญา หรือหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักศึกษาผู้ใหญ่ยังสามารถเข้าเรียน ในหลักสูตรการศึกษาอื่นๆ ที่จัดไว้สำหรับเด็กหรือเยาวชนได้ด้วยเช่นกัน </p>
<p>การจัดการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ส่วนมากจะจัดขึ้นในช่วงเย็น โดยรูปแบบการเรียนการสอนอาจจะมีหลายรูปแบบ เช่น การเรียนในชั้นเรียน การศึกษาทางไกล หรือการศึกษาจากที่บ้าน ผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เนท ท่านสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติฟินแลนด์ (Opetushallitus)</p>
<p>นอกจากนี้ ท่านสามารถนำวุฒิการศึกษาจากประเทศไทยมายื่นขอทำการเทียบวุฒิการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ (เสียค่าใช้จ่ายในการเทียบวุฒิ) เพื่อทำการสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทหรืออื่นๆ  ท่านสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติฟินแลนด์ (Opetushallitus)</p>
<p><strong>เวบไซต์ของคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติฟินแลนด์ (Opetushallitus)</strong></p>
<p>หลักสูตรการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่</p>
<p>http://www.oph.fi/koulutusoppaat/Aikopas_2007.pdf</p>
<p>รายละเอียดการเทียบวุฒิ</p>
<p>http://www.oph.fi/page.asp?path=1,17629,2280,14945</p>
<p>สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้หางานผ่านสำนักงานแรงงาน (Työvoimatoimisto) ท่านสามารถเข้าร่วมหลักสูตรการศึกษาที่จัดโดยสำนักงานแรงงาน (Työvoimakoulutus) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หลักสูตรที่จัดโดยสำนักงานแรงงานส่วนใหญ่จะเน้นทางด้านวิชาชีพ แต่ท่านสามารถเลือกเรียนหลักสูตรที่ทำการสอนเฉพาะด้านภาษาได้เช่นกัน และมีการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศฟินแลนด์ ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ได้จากสำนักงานแรงงานใกล้บ้านท่าน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีสถาบันต่างๆ ที่เปิดสอนภาษาฟินนิชและหลักสูตรทางวิชาชีพสำหรับผู้ใหญ่อีกมากมาย เช่น โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ประเภทต่างๆ เช่น Kansalaisopisto หรือ Työväenopisto  เป็นต้น</p>
<p>เวบไซต์ของกระทรวงแรงงาน</p>
<p>หลักสูตรการศึกษาที่จัดโดยสำนักงานแรงงาน (Työvoimakoulutus)</p>
<p>http://koulutukset.mol.fi/directSearch.html?locale=fi_FI&#038;clear=true</p>
<p>ข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิการสำหรับคนว่างงาน การแนะแนวการศึกษาต่อ หรือการเลือกอาชีพต่างๆ (เป็นภาษาฟินนิช)</p>
<p>http://www.mol.fi/avo/</p>
<p><strong>การเรียนสายวิชาชีพ (Ammattikoulu)</strong></p>
<p>เมื่อท่านมีความรู้ภาษาฟินนิชในระดับที่สื่อสารเข้าใจได้เป็นอย่างดีแล้ว ท่านสามารถสมัครเข้าเรียนหลักสูตรอาชีวศึกษา (สายวิชาชีพ) หรือเลือกเรียนระดับมัธยมปลายสำหรับผู้ใหญ่ (Aikuislukio) ได้ โดยท่านจะต้องจบการศึกษาภาคบังคับเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 มาก่อน โดยขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากฝ่ายแนะแนวศึกษาต่อที่สำนักงานแรงงานใกล้บ้านท่าน</p>
<p>ทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับชาวต่างชาติก็คือ การเข้าร่วมหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนต่อสายวิชาชีพ (Ammatilliseen koulutukseen valmistava koulutus) ใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งปี โดยสามารถเลือกเรียนได้หลายสาขา เช่น เตรียมความพร้อมสำหรับเรียนต่อด้านพยาบาล หรือด้านเสริมความงาม ทำผม เป็นต้น โดยในหลักสูตรจะประกอบด้วย วิชาภาษาฟินนิช วิชาสังคม วิชาพิ้นฐานเทียบเท่ากับระดับมัธยมปลาย การฝึกงาน ตลอดจนการแนะแนวในการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพ<br />
ท่านสามารถสมัครขอรับเงินสวัสดิการสำหรับการศึกษาได้จากสำนักงานสวัสดิการสังคม (Kela) ในกรณีที่ท่านว่างงาน</p>
<p>หากต้องการศึกษาในวิทยาลัยวิชาชีพชั้นสูง (Ammattikorkeakoulu) หรือโปลีเทคนิคต่างๆ ก็สามารถสมัครเพื่อทำการสอบคัดเลือกเข้าได้ โดยขอทราบรายละเอียดโดยตรงได้จากสถานศึกษาที่ท่านสนใจ วุฒิการศึกษาที่ได้รับ เมื่อสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยวิชาชีพชั้นสูง มี 2 ระดับ คือ วุฒิวิชาชีพชั้นสูงระดับล่าง Alempi korkeakoulututkinto (120 หน่วยกิต)  และวุฒิวิชาชีพชั้นสูงระดับสูง Ylempi korkeakoulututkinto (160 หน่วยกิต) ซึ่งเทียบเท่ากับวุฒิปริญญาตรีและปริญญาโทในประเทศไทย ตามลำดับ</p>
<p>สำหรับท่านที่มีงานทำอยู่แล้ว และต้องการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไปในสาขาวิชาเดียวกันกับงานที่ทำอยู่ ท่านสามารถทำสัญญาข้อตกลงระหว่างนายจ้างและสถาบันการศึกษา เพื่อทำการศึกษาด้านทฤษฎีในสายงานนั้นๆ ควบคู่ไปกับการทำงานได้โดยเรียกว่า Oppisopimus โดยจะมีการวางแผนการเรียนเฉพาะบุคคลขึ้น เช่น การเรียนด้านเลขานุการ การเรียนด้านผู้ช่วยพยาบาล การเรียนด้านเสริมความงาม เป็นต้น รายละเอียดสามารถติดต่อสอบถามได้จากสถาบันการศึกษาที่มีบริการด้านนี้ และทำการสอบโดยการแสดงความสามารถทางวิชาชีพนั้นๆ และมีกรรมการคอยประเมินผลและอนุมัติว่าผ่านการทดสอบหรือไม่</p>
<p>การสอบใบประกาศวิชาชีพโดยการแสดงความสามารถที่มีอยู่ของตน (Näyttötutkinto)<br />
ทางเลือกอีกทางหนึ่งในการได้รับวุฒิการศึกษาทางสายวิชาชีพ คือการเข้าทดสอบแสดงความสามารถทางวิชาชีพเฉพาะทาง โดย สามารถเข้าร่วมทดสอบได้ในหลายสาขาด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนในหลักสูตรตั้งแต่เริ่มต้น ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nayttotutkinnot.fi/ (เป็นภาษาฟินนิช)</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p>แหล่งข้อมูล</p>
<p>http://www.edu.fi/maahanmuuttajat/esite/OPH_maahanmuu.ajaesite_fivalmis.pdf</p>
<p>http://www.oph.fi/SubPage.asp?path=1,438</p>
<p>http://www.infopankki.fi/fi-FI/ammatilliset_oppilaitokset_ja_lukiot/</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>5.2 การศึกษาสำหรับเด็ก</strong></p>
<p>เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์มีสิทธิ์ที่จะได้รับการศึกษาและเข้าเรียนในสถานศึกษาได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการศึกษาภาคบังคับนั้น กำหนดระยะเวลาให้เด็กเรียนหนังสืออย่างน้อย 9 ปี สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 7 ปี ถึง 16 ปี โรงเรียนในประเทศฟินแลนด์มีการให้ความรู้ขั้นเบื้องต้นแก่เด็กๆ เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นต่อไป</p>
<p>นอกจากนี้ทางโรงเรียนรวมทั้งคุณครูผู้สอนเอง ก็คาดหวังให้บิดาและมารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก ให้ความร่วมมือที่ดีต่อทางโรงเรียน ในการส่งเสริมและให้การสนับสนุนการเรียนของเด็ก โดยปกติทางโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาฟินนิชและภาษาสวีดิชเป็นหลัก หากนักเรียนคนใดพูดภาษาต่างชาติ มีความเป็นไปได้ที่จะมีโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนในภาษาดั้งเดิมของนักเรียน หากผู้ปกครองมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอน สามารถติดต่อสอบถามโดยตรงกับทางโรงเรียน</p>
<p>แผนผังแสดงระบบการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ >> http://www.edu.fi/english/SubPage.asp?path=500,4699</p>
<p><strong>5.3 การศึกษาสำหรับเด็กเล็กก่อนวัยเรียน (ระดับอนุบาล)</strong><br />
	โรงเรียนสำหรับเด็กเล็กวัยก่อนเรียน หรือโรงเรียนอนุบาลนั้น เป็นโรงเรียนที่จัดให้มีการเรียนการสอนสำหรับเด็กอายุ 6 ปี  โดยเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ ก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับในปีต่อไป การเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าวนี้ จะเป็นไปด้วยความสมัครใจของเด็ก ซึ่งทางโรงเรียนเองก็ให้การดูแลสำหรับเด็กเป็นอย่างดี รวมทั้งการศึกษาในชั้นเรียนก็เป็นการปูพื้นฐานและสร้างความพร้อมให้เด็กอย่างแท้จริง  ในปี ค.ศ. 2000  ประเทศฟินแลนด์มีโรงเรียนสำหรับเด็กเล็ก จำนวน 11,000 แห่ง และ สถานดูแลเด็กเล็ก 48,000 แห่ง  ซึ่งสามารถรองรับเด็กเป็นจำนวน 90% ของจำนวนเด็กทั้งหมด โดยวัตถุประสงค์ที่สำคัญของโรงเรียนสำหรับเด็กเล็กวัยก่อนเรียนอนุบาลนั้น คือ การสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ ได้ เล่นและเรียนรู้ ในเวลาเดียวกัน เพื่อทำให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจในการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างโอกาสให้แก่เด็กๆ ให้มีพัฒนาการร่วมกันอย่างสมบูรณ์กับเด็กในวัยเดียวกัน หรือสามารถกล่าวได้ว่า โรงเรียนดังกล่าว เป็นโรงเรียนสำหรับเตรียมความพร้อมให้กับเด็กในการเข้าศึกษาต่อ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) อย่างแท้จริง</p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/pageLast.asp?path=500,4699,4848</p>
<p><strong>5.4 การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น)</strong></p>
<p>การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศฟินแลนด์นั้น ได้จัดให้มีการเรียนการสอนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งเป็นหลักสูตรที่เตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในการศึกษาต่ออีกด้วย การศึกษาในระดับนี้เป็นการศึกษาภาคบังคับที่เด็กทุกคนในประเทศฟินแลนด์จะต้องเรียน โดยเป้าหมายสำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้ ก็คือ การให้ความรู้ด้านต่างๆ แก่นักเรียน ตลอดจนทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิต วัตถุประสงค์ที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือ การสร้างเสริม และสนับสนุนการพัฒนาการของเด็กนักเรียนให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคม โดยมีพัฒนาการครบทุกด้าน เช่น ด้านอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม และการส่งเสริมให้เด็กใฝ่รู้ ใฝ่เรียนตลอดชีวิต ทั้งนี้การพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นในสังคม</p>
<p>โดยปรกติแล้ว การศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นใช้เวลาในการเรียน 9 ปี โดยกลุ่มอายุของเด็กเริ่มต้นที่ อายุ 7 ปี ถึง 16 ปี ซึ่งการเรียนการสอนในช่วงเวลานี้ จะเป็นรูปแบบของนักเรียนเข้าเรียนในชั้นเรียน ซึ่งมีคุณครู ผู้สอนคนเดียวกันที่จะสอนนักเรียนเกือบทุกรายวิชา แต่ในสามปีสุดท้าย แต่ละรายวิชา จะจัดการสอนโดยอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละรายวิชานั้นๆ</p>
<p>การศึกษาขั้นพื้นฐานนี้ยังเปิดโอกาสให้กับผู้ใหญ่อีกด้วย และไม่เพียงแค่นั้น หากผู้ใดมีความสนใจจะศึกษาต่อ ก็ยังคงสามารถศึกษาต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา ในแต่ละโรงเรียน หรือทางศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ก็ได้</p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/page.asp?path=500,4699,4847</p>
<p><strong>5.5 การศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับวิชาชีพ)</strong></p>
<p>การศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษานั้น สามารถแบ่งได้เป็นสองสาขาวิชา นั่นคือ สายสามัญ และสายวิชาชีพ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการศึกษาสายสามัญก็คือ การเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในการสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) ส่วนวัตถุประสงค์หลักของสายวิชาชีพก็คือ การพัฒนาทักษะความสามารถให้กับเด็กในสายวิชาชีพนั้นๆ</p>
<p>นักเรียนที่จบหลักสูตรของการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถสมัครเข้าเรียนต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษาได้ โดยนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานประมาณ 92 เปอร์เซ็นต์ จะเข้ารับการศึกษาต่อในสายวิชาชีพ การศึกษาในระดับนี้จึงเป็นการศึกษาระดับต่ำสุดที่นักเรียนสามารถนำไปประกอบวิชาชีพต่อไปในอนาคต</p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/page.asp?path=500,4699,4840</p>
<p><strong>5.5.1 การศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษาสายสามัญ (มัธยมศึกษาตอนปลาย)</strong><br />
การศึกษาในระดับนี้ให้ความรู้แก่นักเรียนในช่วงอายุ 16 &#8211; 19 ปี การศึกษาในระดับนี้เป็นการศึกษาที่ต่อเนื่องมาจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นการศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย)</p>
<p>วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาระดับนี้คือ ให้ความรู้แก่นักเรียนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อ และการพัฒนาให้นักเรียนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม นอกจากนี้ การเรียนการสอนจะสนับสนุนและเสริมสร้างให้นักเรียนมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ และมีความต้องการพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต</p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/pageLast.asp?path=500,4699,4840,4845</p>
<p><strong>5.5.2 การศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษาสายวิชาชีพ (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ)</strong><br />
การศึกษาในสายวิชาชีพ จะประกอบด้วยการเรียนการสอนในชั้นเรียน และการฝึกงาน ซึ่งมีสาขาวิชาชีพดังต่อไปนี้</p>
<p>มนุษย์ศาสตร์และศึกษาศาสตร์ (Humanities and Teaching )<br />
วัฒนธรรมศึกษา (Culture)<br />
สังคมศาสตร์ การบริหารธุรกิจ (Social Sciences, Business and Administration)<br />
วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences)<br />
เทคโนโลยีและการขนส่ง (Technology and Transportation)<br />
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Natural Resources and Environment)<br />
สังคมสงเคราะห์ และพลศึกษา (Social and Health Care Services and Physical Education)<br />
การท่องเที่ยว ธุรกิจการจัดการอาหาร และคหกรรมศาสตร์ (Tourism, Catering and Home Economics)</p>
<p>การเรียนและการฝึกงานในสายวิชาชีพ ขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตรการศึกษา ที่นักเรียนเลือกเรียน โดยนักเรียนจะต้องเรียนอย่างน้อย 120 หน่วยกิต ภายในระยะเวลา 3 ปี นักเรียนที่เคยเรียนสายสามัญมาแล้ว สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ไม่เกิน 40 หน่วยกิต</p>
<p>ภายในระยะเวลา 3 ปีของการเรียนในสายวิชาชีพนั้น ทางสถาบันการศึกษาจะถ่ายทอดความรู้และทักษะต่างๆ ให้นักเรียนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รวมทั้งการฝึกงานก็จะเป็นการเพิ่มพูนทักษะ และประสบการณ์ให้แก่นักเรียน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง หรือเพื่อศึกษาต่อในอนาคต นอกจากนี้เป้าหมายที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ เพื่อพัฒนาให้นักเรียนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและพลเมืองที่ดีของสังคมนั่นเอง</p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/pageLast.asp?path=500,4699,4840,4843</p>
<p><strong>5.6 การศึกษาระดับอุดมศึกษา</strong></p>
<p>สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศฟินแลนด์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โพลิเทคนิค และมหาวิทยาลัย  เนื่องจากมีผู้สนใจสมัครเข้าศีกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเป็นจำนวนมาก ในแต่สาขาวิชาจึงมีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อคัดเลือกผู้สมัครเข้าเรียนแตกต่างกัน ที่สำคัญผู้สมัครที่ได้รับการตอบรับจากสถาบันศึกษามากกว่าหนึ่งสถาบัน ภายในภาคการศึกษาเดียวกัน สามารถเลือกที่จะเข้าเรียนได้เพียงหนึ่งแห่งเท่านั้น </p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/page.asp?path=500,4699,4836</p>
<p><strong>5.6.1 โพลิเทคนิค (Ammatti korkeakoulu)</strong><br />
การศึกษาระบบโพลิเทคนิคเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจการเรียนสายวิชาชีพที่เน้นความรู้เฉพาะทาง หลักสูตรของโพลิเทคนิคจะเน้นภาคปฏิบัติเป็นสำคัญ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษามีการติดต่อกับองค์กรต่างๆ สร้างความมั่นใจในการหางานทำในอนาคต </p>
<p>คุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือระดับวิชาชีพ ระยะเวลาการจบหลักสูตรประมาณ 3.5-4.5 ปี (รวมการฝึกงาน 6 เดือน) หลักสูตรการศึกษาของโพลิเทคนิคได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์ แต่ทั้งนี้ สถาบันโพลิเทคนิคต่างๆ สามารถปรับแผนการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละสถาบันได้ การศึกษาระบบโพลิเทคนิค มีให้เลือกในหลายสาขาวิชา เช่น </p>
<p>มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์<br />
วัฒนธรรมศึกษา<br />
วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ<br />
การท่องเที่ยวและการโรงแรม<br />
สังคมสงเคราะห์ และพลศึกษา<br />
เทคโนโลยีการสื่อสารและการคมนาคม<br />
สังคมศาสตร์ และบริหารธุรกิจ</p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/pageLast.asp?path=500,4699,4836,4839</p>
<p><strong>5.6.2 มหาวิทยาลัย</strong><br />
ประเทศฟินแลนด์มีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 20 แห่ง แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยทั่วไป 10 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี 3 แห่ง สถาบันเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ 3 แห่ง และมหาวิทยาลัยศิลปะ 4 แห่ง เครือข่ายมหาวิทยาลัยเหล่านี้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศฟินแลนด์ นอกจากนี้ ประเทศฟินแลนด์ยังมี วิทยาลัยการทหารแห่งชาติ (National Defence College) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ที่ให้การศึกษาด้านการทหารในระดับอุดมศึกษา</p>
<p>คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยคือ ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้เทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  หรือได้รับประกาศนียบัตรระดับวิชาชีพ แต่ละสาขาวิชาจะเปิดรับสมัครไม่พร้อมกัน ส่วนใหญ่จะเปิดสมัครรับช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม)</p>
<p>การศึกษาระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากกว่า 20 สาขาวิชา สาขาหลักๆ ที่ได้รับความนิยมได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขามนุษยศาสตร์ และสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ส่วนบางสาขาวิชา จะมีการรับจำนวนผู้เข้าเรียนจำนวนจำกัด เช่น สาขาศิลปะและการออกแบบ สาขาการละครและการเต้นรำและสัตวแพทยศาสตร์ </p>
<p>ที่มา http://www.edu.fi/english/pageLast.asp?path=500,4699,4836,4837</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=133</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4. การดูแลบุตร</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=130</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=130#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:46:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยู่ดี มีสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[4.1 สวัสดิการแม่และเด็ก 
เมื่อมารดาให้กำเนิดบุตรแล้ว บิดาและมารดามีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินสวัสดิการสำหรับมารดา (Äitiysraha) เงินสวัสดิการสำหรับผู้ปกครอง (Vanhempainraha) และเงินสวัสดิการช่วยเหลือผู้ปกครองต่างๆ บุคคลที่มีสิทธิ์จะได้รับเงินสวัสดิการสำหรับมารดา จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ อย่างน้อย 180 วันก่อนกำหนดการคลอด สิทธิในการได้รับเงินสวัสดิการ จะเริ่มต้น 50 วันทำการ (รวมวันเสาร์ด้วย) ก่อนกำหนดการคลอด และจะได้รับการจ่ายเงินสวัสดิการครอบคลุมระยะเวลา 105 วัน โดยเริ่มจ่ายทันที นับจากวันที่เริ่มลาคลอด หรือลาเพื่อดูแลบุตร (บิดาสามารถใช้สิทธิวันลาเพื่อดูแลบุตรได้บางส่วน) และจะจ่ายอย่างมากที่สุดเป็นจำนวน 170 วัน โดยบิดาและมารดามีสิทธิ์ที่จะกลับเข้าทำงานที่เดิม หลังจากการสิ้นสุดการลาคลอดหรือลาเพื่อดูแลบุตรแล้ว 
มารดาสามารถเลือกที่จะรับเงินสวัสดิการสำหรับมารดา หรือชุดอุปกรณ์สำหรับเด็กเล็ก (Äitiyspakkaus) และเงินสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตร (Lapsilisä) ซี่งเป็นเงินสวัสดิการที่ผู้ปกครองได้รับเพื่อการเลี้ยงดูบุตรแต่ละคน จนกระทั่งบุตรมีอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์
4.2 การเลี้ยงดูบุตร
ภาษาของบุตร
หากท่านใช้ภาษาหลายภาษาในการสื่อสารภายในครอบครัว ควรตกลงกันว่าจะเลือกใช้ภาษาใดในการสื่อสารกับบุตร โดยเฉพาะในกรณีที่บิดาและมารดาต่างมีภาษาแม่ของตนเอง หากท่านต้องการให้บุตรของท่านเรียนรู้ภาษาของบิดาและมารดาทั้งสองภาษา ท่านควรสื่อสารกับบุตรด้วยภาษาแม่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง
จากการศึกษาค้นคว้าโดยนักวิชาการ พบว่า การที่บุคคลสามารถสื่อสารได้สองภาษา ถือเป็นข้อได้เปรียบในการเรียนรู้ของบุคคลนั้น ภาษาแม่ของบุคคลแต่ละบุคคลเป็นภาษาที่ใช้สื่อความรู้สึก อารมณ์ และความคิดได้ดีที่สุด บิดาและมารดาสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตนและความรู้ต่าง ๆ ไปสู่บุตรได้อย่างเต็มที่หากแต่ละคนพูดภาษาแม่ของตนเอง หลักการนี้จะนำไปสู่ความสมดุลในพัฒนาการของเด็ก และช่วยในการเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=130' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p><strong>4.1 สวัสดิการแม่และเด็ก </strong></p>
<p>เมื่อมารดาให้กำเนิดบุตรแล้ว บิดาและมารดามีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินสวัสดิการสำหรับมารดา (Äitiysraha) เงินสวัสดิการสำหรับผู้ปกครอง (Vanhempainraha) และเงินสวัสดิการช่วยเหลือผู้ปกครองต่างๆ บุคคลที่มีสิทธิ์จะได้รับเงินสวัสดิการสำหรับมารดา จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ อย่างน้อย 180 วันก่อนกำหนดการคลอด สิทธิในการได้รับเงินสวัสดิการ จะเริ่มต้น 50 วันทำการ (รวมวันเสาร์ด้วย) ก่อนกำหนดการคลอด และจะได้รับการจ่ายเงินสวัสดิการครอบคลุมระยะเวลา 105 วัน โดยเริ่มจ่ายทันที นับจากวันที่เริ่มลาคลอด หรือลาเพื่อดูแลบุตร (บิดาสามารถใช้สิทธิวันลาเพื่อดูแลบุตรได้บางส่วน) และจะจ่ายอย่างมากที่สุดเป็นจำนวน 170 วัน โดยบิดาและมารดามีสิทธิ์ที่จะกลับเข้าทำงานที่เดิม หลังจากการสิ้นสุดการลาคลอดหรือลาเพื่อดูแลบุตรแล้ว </p>
<p>มารดาสามารถเลือกที่จะรับเงินสวัสดิการสำหรับมารดา หรือชุดอุปกรณ์สำหรับเด็กเล็ก (Äitiyspakkaus) และเงินสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตร (Lapsilisä) ซี่งเป็นเงินสวัสดิการที่ผู้ปกครองได้รับเพื่อการเลี้ยงดูบุตรแต่ละคน จนกระทั่งบุตรมีอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์</p>
<p><strong>4.2 การเลี้ยงดูบุตร</strong><br />
<strong>ภาษาของบุตร</strong></p>
<p>หากท่านใช้ภาษาหลายภาษาในการสื่อสารภายในครอบครัว ควรตกลงกันว่าจะเลือกใช้ภาษาใดในการสื่อสารกับบุตร โดยเฉพาะในกรณีที่บิดาและมารดาต่างมีภาษาแม่ของตนเอง หากท่านต้องการให้บุตรของท่านเรียนรู้ภาษาของบิดาและมารดาทั้งสองภาษา ท่านควรสื่อสารกับบุตรด้วยภาษาแม่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>จากการศึกษาค้นคว้าโดยนักวิชาการ พบว่า การที่บุคคลสามารถสื่อสารได้สองภาษา ถือเป็นข้อได้เปรียบในการเรียนรู้ของบุคคลนั้น ภาษาแม่ของบุคคลแต่ละบุคคลเป็นภาษาที่ใช้สื่อความรู้สึก อารมณ์ และความคิดได้ดีที่สุด บิดาและมารดาสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตนและความรู้ต่าง ๆ ไปสู่บุตรได้อย่างเต็มที่หากแต่ละคนพูดภาษาแม่ของตนเอง หลักการนี้จะนำไปสู่ความสมดุลในพัฒนาการของเด็ก และช่วยในการเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของบิดาและมารดาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังช่วยให้เด็กสามารถทำความรู้จักและสื่อสารกับญาติฝ่ายต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>โรงเรียน</strong></p>
<p>เด็กทุกคนที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ที่มีอายุระหว่าง 7-16 ปี จะต้องเข้าเรียนหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งใช้ระยะเวลา 9 ปี โดยแต่ละโรงเรียน จะมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมให้แก่เด็ก เด็กทุกคนมีสิทธิ์จะเข้าเรียนเท่าเทียมกัน โดยผู้ปกครองจะต้องให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียน ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน คือภาษาฟินนิช (หรือภาษาสวีดิช ในกรณีที่เด็กอาศัยอยู่ในชุมชนที่ใช้ภาษาสวีดิชเป็นหลัก) เด็กที่มีบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ มีสิทธิได้รับการเรียนภาษาแม่ของบิดาหรือมารดา ที่เป็นชาวต่างชาติเพิ่มเติมได้ โดยสามารแจ้งความจำนงและขอรับคำแนะนำได้จากโรงเรียนใกล้บ้านท่าน</p>
<p><strong>คำแนะนำในการแจ้งเกิดบุตรของชาวไทยที่เกิดในประเทศฟินแลนด์</strong></p>
<p><strong>หลักเกณฑ์ในการแจ้งเกิด :</strong></p>
<p>1. กรณีที่บิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสกัน บิดาหรือมารดาที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นที่จะสามารถแจ้งเกิดบุตรต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยได้<br />
2. เด็กที่จะได้รับสัญชาติไทยจะต้องเป็นบุตรที่เกิดจากบิดาหรือมารดาที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น<br />
3. ต้องเป็นเด็กที่เกิดในประเทศฟินแลนด์ </p>
<p><strong>คำแนะนำในการยื่นคำร้อง </strong></p>
<p>1. กรอกรายละเอียดในแบบคำร้องขอแจ้งเกิดบุตรให้ครบถ้วน โดยสามารถดาวน์โหลดคำร้องได้จาก http://www.thaiembassy.fi<br />
2. หนังสือรับรองบุตรที่ออกโดยสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) ฉบับภาษาอังกฤษ (ในกรณีที่บิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสกัน)<br />
3. หนังสือแสดงว่าบุตรมีสิทธิใช้นามสกุลของบิดา (กรณีที่บิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสกัน)<br />
4. บันทึกสอบปากคำในกรณีที่บิดาและมารดาประสงค์จะให้บุตรใช้นามสกุลของมารดา</p>
<p><strong>เอกสารประกอบการแจ้งเกิด </strong></p>
<p>1. รูปถ่ายสีของบุตร จำนวน 2 ใบ<br />
2. เอกสารแสดงสถานะภาพบุคคลของบุตร (Virkatodistus) ซึ่งระบุชื่อ วันเดือนปีเกิด ชื่อและสัญชาติของบิดาและมารดา โดยต้องเป็นเอกสารฉบับจริงที่ออกจาก สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) ฉบับภาษาอังกฤษ<br />
3. สำเนาหนังสือเดินทางของบิดาและมารดา พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง<br />
4. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของบิดาหรือมารดาที่มีสัญชาติไทย พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (ในกรณีที่ทั้งบิดาและมารดามีสัญชาติไทย ให้นำสำเนาของเอกสารข้างต้นของทั้งบิดาและมารดามาพร้อมกัน)<br />
5. สำเนาทะเบียนสมรสของบิดาและมารดา พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง<br />
6. ใบเกิดหรือหนังสือรับรองการเกิดของบุตรจากโรงพยาบาล ที่ได้ผ่านการรับรองจาก กระทรวงการต่างประเทศของประเทศฟินแลนด์ (Ulkoasiainministeriö)</p>
<p>ที่อยู่ : Merikasarminkatu 5 D, 00160 Helsinki, เบอร์โทรศัพท์ 09 160 05 </p>
<p><strong>คำแนะนำในการเพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนบ้าน</strong></p>
<p>สูติบัตรที่นายทะเบียนประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยออกให้กับบุตรของท่าน จะต้องนำไปแสดงต่อนายทะเบียนท้องถิ่นในประเทศไทย พร้อมด้วยหนังสือเดินทางไทย เพื่อขอเพิ่มชื่อบุตรของท่านเข้าในทะเบียนบ้านในประเทศไทย มิฉะนั้น บุตรของท่านจะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นคนต่างด้าว และนายทะเบียนท้องถิ่น จะไม่สามารถเพิ่มชื่อของบุตรท่านเข้าในทะเบียนบ้านให้ได้ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าบุตรของท่านมีสัญชาติไทยแล้ว </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=130</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3. การสมรสและการหย่าร้าง</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=128</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=128#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:42:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยู่ดี มีสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[3.1 การสมรส สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส
กฎหมายฟินแลนด์ได้กำหนดเงื่อนไข สำหรับบุคคลที่สามารถทำการสมรสไว้ดังต่อไปนี้
ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์
ชายหญิงที่มีคู่สมรสอยู่แล้ว ไม่สามารถทำการสมรสกับคนอื่นได้อีก 
พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือร่วมบิดาเดียวกันแต่ต่างมารดากัน หรือร่วมมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดา หรือเป็นญาติสืบสายโลหิต จะทำการสมรสกันไม่ได้ 

ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม จะทำการสมรสกันไม่ได้ 
การแต่งงานของชาวต่างชาติในประเทศฟินแลนด์
ในกรณีการสมรสระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและบุคคลสัญชาติฟินแลนด์ ท่านสามารถทำการสมรสได้ที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) โดยท่านจะต้องยื่นความจำนงต่อสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นในประเทศฟินแลนด์ และยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (โสด) ของท่าน ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้ผ่านการรับรองเอกสารจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานว่า ท่านสามารถทำการสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 
ภายหลังจากการตรวจสอบเอกสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นจะนัดวันและเวลาเพื่อทำการสมรส การสมรสที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น เป็นการสมรสโดยนิตินัย (ทางกฎหมาย) หากท่านและคู่สมรสมีความประสงค์ที่จะประกอบพิธีสมรสทางศาสนา ท่านสามารถยื่นความจำนง ได้โดยตรงที่โบสถ์ หรือสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆ ที่ท่านหรือคู่สมรสเป็นสมาชิกอยู่
โดยทั่วไป หลังการสมรสแล้ว ท่านสามารถยื่นเรื่องขอใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ (Oleskelulupa) เมื่อท่านได้รับใบอนุญาตฯแล้ว ท่านจะมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการสังคมเช่นเดียวกับชาวฟินแลนด์ และสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตทำงาน  (Työlupa)
คำแนะนำการจดทะเบียนสมรสในฟินแลนด์
เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ :
1. หนังสือรับรองสถานภาพสมรส (โสด) ของท่าน ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตที่ท่านมีถิ่นพำนักตามทะเบียนบ้านในประเทศไทย
2. นำหนังสือรับรองสถานภาพสมรสของท่านไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วนำเอกสารที่ผ่านการแปลแล้วพร้อมต้นฉบับ ไปทำการรับรองเอกสารจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ที่อยู่ : [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=128' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p><strong>3.1 การสมรส สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส</strong></p>
<p>กฎหมายฟินแลนด์ได้กำหนดเงื่อนไข สำหรับบุคคลที่สามารถทำการสมรสไว้ดังต่อไปนี้</p>
<li>ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์</li>
<li>ชายหญิงที่มีคู่สมรสอยู่แล้ว ไม่สามารถทำการสมรสกับคนอื่นได้อีก </li>
<li>พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือร่วมบิดาเดียวกันแต่ต่างมารดากัน หรือร่วมมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดา หรือเป็นญาติสืบสายโลหิต จะทำการสมรสกันไม่ได้ </li>
<li>
ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม จะทำการสมรสกันไม่ได้ </li>
<p><strong>การแต่งงานของชาวต่างชาติในประเทศฟินแลนด์</strong></p>
<p>ในกรณีการสมรสระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและบุคคลสัญชาติฟินแลนด์ ท่านสามารถทำการสมรสได้ที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) โดยท่านจะต้องยื่นความจำนงต่อสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นในประเทศฟินแลนด์ และยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (โสด) ของท่าน ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้ผ่านการรับรองเอกสารจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานว่า ท่านสามารถทำการสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย </p>
<p>ภายหลังจากการตรวจสอบเอกสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นจะนัดวันและเวลาเพื่อทำการสมรส การสมรสที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น เป็นการสมรสโดยนิตินัย (ทางกฎหมาย) หากท่านและคู่สมรสมีความประสงค์ที่จะประกอบพิธีสมรสทางศาสนา ท่านสามารถยื่นความจำนง ได้โดยตรงที่โบสถ์ หรือสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆ ที่ท่านหรือคู่สมรสเป็นสมาชิกอยู่</p>
<p>โดยทั่วไป หลังการสมรสแล้ว ท่านสามารถยื่นเรื่องขอใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ (Oleskelulupa) เมื่อท่านได้รับใบอนุญาตฯแล้ว ท่านจะมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการสังคมเช่นเดียวกับชาวฟินแลนด์ และสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตทำงาน  (Työlupa)</p>
<p><strong>คำแนะนำการจดทะเบียนสมรสในฟินแลนด์</strong><br />
เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ :<br />
1. หนังสือรับรองสถานภาพสมรส (โสด) ของท่าน ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตที่ท่านมีถิ่นพำนักตามทะเบียนบ้านในประเทศไทย<br />
2. นำหนังสือรับรองสถานภาพสมรสของท่านไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วนำเอกสารที่ผ่านการแปลแล้วพร้อมต้นฉบับ ไปทำการรับรองเอกสารจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ<br />
ที่อยู่ : กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แผนกนิติกรณ์ ชั้น 3 (เวลา 08.30 – 14.30 )<br />
123 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร. 0 2575 1056-59 โทรสาร 0-2575-1054<br />
3. นำเอกสารดังกล่าว ที่ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยแล้ว ไปทำการรับรองเอกสารที่สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย ณ กรุงเทพฯ หรือที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮลซิงกิ เพื่อประทับตรารับรองอีกครั้ง จึงจะสามารถนำไปใช้ประกอบการจดทะเบียนสมรสในประเทศฟินแลนด์ได้ ทั้งนี้เนื่องจากแต่ละเขตอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ขอให้ท่านไปติดต่อสอบถามโดยตรงที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti)<br />
หมายเหตุ: หนังสือรับรองสถานภาพสมรสโสด มีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัด (ประมาณ 3 เดือน นับจากวันที่ออกให้) กรุณาตรวจสอบให้แน่นอนก่อนนำไปใช้</p>
<p><strong>การเลือกใช้นามสกุลหลังการสมรส</strong></p>
<p>ก่อนการสมรส คู่สมรสต้องตัดสินใจเลือกนามสกุลที่จะใช้หลังการสมรส ตามกฎหมายฟินแลนด์ สามีและภรรยามีสิทธิในการใช้นามสกุลเดิมของตนเอง หรือใช้นามสกุลใหม่ของสามีหรือภรรยาของตน หรือใช้นามสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งร่วมกันได้ โดยการเลือกใช้นายสกุลของคู่สมรส จะมีผลต่อการเลือกใช้นามสกุลของบุตร ดังนี้</p>
<p>ถ้าสามีและภรรยาใช้นามสกุลร่วมกัน บุตรที่เกิดมาใช้นามสกุลเดียวกับบิดา มารดา<br />
ถ้าสามีและภรรยาใช้นามสกุลต่างกัน บิดาและมารดาสามารถเลือกว่าให้บุตรใช้นามสกุลใด แต่บุตรทุกคนต้องใช้นามสกุลเดียวกัน</p>
<p>หมายเหตุ: ในกรณีที่ต้องการใช้นามสกุล ทั้งสองนามสกุลประกอบกัน โปรดตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ที่ท่านมีชื่อตามทะเบียนบ้านในประเทศไทยก่อนการสมรส ว่าสามารถกระทำได้หรือไม่</p>
<p><strong>คำแนะนำหลังจากจดทะเบียนสมรสในฟินแลนด์ (ในกรณีเปลี่ยนนามสกุล) </strong><br />
เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ :<br />
1. หลักฐานแสดงสถานภาพบุคคล (Virkatodistus) จากสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) ที่ท่านมีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศฟินแลนด์ เป็นฉบับภาษาอังกฤษ ที่มีการประทับตราจากสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti)<br />
2. ใบทะเบียนสมรส (Vihkimistodistus) เป็นฉบับภาษาอังกฤษ (ในกรณีที่ทะเบียนสมรสเป็นภาษาฟินนิชหรือภาษาสวีดิช กรุณานำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย ที่สำนักงานแปลภาษาที่จดทะเบียนและได้รับอนุญาตการแปลเอกสารอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศฟินแลนด์ก่อน)<br />
3. นำเอกสารทั้ง 2 ฉบับนี้ไปให้กระทรวงการต่างประเทศของประเทศฟินแลนด์ (Ulkoasiainministeriö) ประทับตรารับรอง<br />
ที่อยู่ : Merikasarminkatu 5 D, 00160 Helsinki, หมายเลขโทรศัพท์ 09 160 05<br />
4. นำเอกสารดังกล่าว ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศฟินแลนด์แล้ว มาที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮลซิงกิ เพื่อประทับตรารับรองอีกครั้ง<br />
5. นำเอกสารดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับกลับไปประเทศไทยและทำการแปลเป็นภาษาไทย แล้วนำเอกสารที่ผ่านการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว พร้อมต้นฉบับ ไปทำการรับรองเอกสารจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย<br />
ที่อยู่ : กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แผนกนิติกรณ์ ชั้น 3 ( เวลา 08.30 – 14.30 )<br />
123 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร. 0 2575 1056-59 โทรสาร 0-2575-1054<br />
6. นำเอกสารทั้ง 2 ฉบับข้างต้นที่ได้รับการประทับตรารับรองจากกรมการกงสุล ไปยื่นต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามทะเบียนบ้านของท่านในประเทศไทย เพื่อขอทำการบันทึกสถานะภาพทางครอบครัว และเปลี่ยนข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ (นามสกุล) ในสำเนาทะเบียนบ้านและทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่<br />
7. นำทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนที่ได้ทำการเปลี่ยนนามสกุล หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว ไปยื่นขอทำหนังสือเดินทางใหม่ ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ  ในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮลซิงกิ<br />
หมายเหตุ<br />
1. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีการแก้ไขนามสกุลแล้ว ให้ถ่ายเอกสารหน้าแรก (เจ้าบ้าน) และหน้าที่มีการแก้ไขแล้ว และนำติดตัวมา 1 ชุด กรณีที่เดินทางกลับมาประเทศฟินแลนด์<br />
2. การเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้าน กรณีที่ไม่สามารถเดินทางกลับไปทำได้ด้วยตนเองในขั้นตอนที่ 5-7 ท่านสามารถทำหนังสือมอบอำนาจ ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ เพื่อให้ญาติดำเนินการแทนได้</p>
<p><strong>สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส</strong></p>
<p>กฎหมายของประเทศฟินแลนด์ ได้กำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสด้วยความเท่าเทียมกัน คู่สมรสมีสิทธิที่จะเลือกประกอบอาชีพ หรือร่วมกิจกรรมต่างๆภายนอกครอบครัวได้โดยอิสระ แต่ต้องพิจารณาถึงครอบครัวเป็นหลัก ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่อยู่บ้านหรือทำงานบ้านและเลี้ยงดูบุตร มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางการเงินตามความเหมาะสม โดยปกติแล้ว ผู้ที่ทำงานหรือมีรายได้มากกว่า ควรให้ความช่วยเหลือคู่สมรสของตนตามความเหมาะสม เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว โดยจำนวนเท่าใด และรูปแบบใดนั้น สามารถทำการตกลงเป็นสัญญาขึ้นได้ หรือภายใต้คำสั่งของศาลยุติธรรม</p>
<p><strong>การจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส</strong></p>
<p>การสมรสไม่มีผลต่อความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคู่สมรส หากทรัพย์สินนั้นได้มาก่อนทำการสมรส กฎหมายถือว่าทรัพย์สินเหล่านั้น เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย   รวมทั้งกรณีที่ได้รับมรดกหลังการสมรส ก็ถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของแต่ละฝ่ายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คู่สมรสสามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินร่วมกันได้ เช่น การซื้อที่อยู่อาศัยร่วมกัน เป็นต้น ส่วนทรัพย์สินที่คู่สมรสหามาได้ระหว่างการสมรสนั้น โดยปกติจะถือว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน นอกเสียแต่ว่า จะมีการทำข้อตกลงก่อนการสมรสซึ่งระบุกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสเป็นอย่างอื่น</p>
<p>ในระหว่างการสมรสและหลังจากพ้นสภาพการสมรสไปแล้ว แต่ละฝ่ายมีหน้าที่รับผิดชอบหนี้สินที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น อย่างไรก็ตาม คู่สมรสมีหน้าที่รับผิดชอบหนี้สินที่ก่อขึ้นร่วมกัน หรือหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตร่วมกัน เช่น ที่พักอาศัย เครื่องอุปโภค บริโภค ฯลฯ</p>
<p>ก่อนทำการจดทะเบียนสมรส กฎหมายให้สิทธิคู่สมรสทำข้อตกลงก่อนการสมรส (Avioehtosopimus) เป็นลายลักษณ์อักษร โดยข้อตกลงนี้ ระบุถึงกรรมสิทธ์ในทรัพย์สินในกรณีที่การสมรสสิ้นสุดลง ข้อตกลงนี้อาจทำขึ้นก่อนหรือระหว่างการสมรสก็ได้ โดยการทำข้อตกลงนี้ จะต้องมีการลงลายมือชื่อ วันเวลา และมีพยานอย่างน้อยสองคน และจะต้องยื่นข้อตกลงนี้ต่อ สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นจึงจะมีผลบังคับใช้ ตัวอย่างการทำข้อตกลงก่อนการสมรสนี้ เช่น คู่สมรสทำข้อตกลงว่า อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินของตน เมื่อมีการหย่าร้างกัน หากไม่มีการทำข้อตกลงนี้ ก่อนหรือระหว่างการสมรส กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน จะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด </p>
<p>หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ทางทรัพย์สินในด้านกฎหมาย สามารถขอคำปรึกษาได้จาก สำนักงานที่ปรึกษาทางกฎหมายท้องถิ่นของรัฐ</p>
<p><strong>3.2 การอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส (Avoliitto)</strong></p>
<p>การอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส (Avoliitto) นั้นเป็นสถานภาพพิเศษ ซึ่งท่านสามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ในประเทศฟินแลนด์ ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ </p>
<p>บุคคลทั้งสอง ต้องอยู่ร่วมด้วยกันอย่างน้อย 2 ปี และสามารถแสดงหลักฐานการอยู่ร่วมกันได้โดยใช้เอกสารต่างๆ มายืนยัน<br />
หากบุคคลทั้งสองมีบุตรร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 2 ปี</p>
<p>หากบุคคลทั้งสองมีถิ่นพำนักต่างกัน เช่น อาศัยอยู่คนละประเทศหรืออาศัยอยู่ร่วมกันระหว่างวันหยุดพักผ่อน หรือระหว่างการท่องเที่ยว ไม่ถือว่าเป็นการอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยา</p>
<p>บุคคลที่อยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน แตกต่างกับคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสกัน ดังต่อไปนี้</p>
<p>ทรัพย์สินที่หามาได้ ในระหว่างการอยู่ร่วมกัน ถือว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เหมือนกรณีที่มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย<br />
บุคคลทั้งสอง ไม่มีสิทธิ์ในการรับมรดกของอีกฝ่ายหนึ่ง หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ดังนั้น ควรทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะจัดการกับทรัพย์สินกันอย่างไร หากมีการแยกทางกันหรืออีกฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต</p>
<p>หากบุคคลทั้งสองมีบุตรร่วมกัน บุตรที่เกิดมาถือว่าเป็นบุตรนอกสมรสตามกฎหมายของประเทศฟินแลนด์ และจะถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาเท่านั้น จนกว่าบิดาจะได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาในภายหลัง หรือได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตรของตน หรือศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของชายคนนั้นแล้ว </p>
<p><strong>3.3 การวางแผนครอบครัว (Perhesuunittelu)</strong></p>
<p>การวางแผนครอบครัว หมายถึง การที่คู่สมรสวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าพร้อมที่จะมีบุตรเมื่อไร จำนวนกี่คน และห่างกันกี่ปี โดยคู่สมรสควรจะวางแผนร่วมกัน การมีบุตรควรคำนึงถึงความเหมาะสมของปัจจัยหลายๆด้านประกอบกัน ในประเทศฟินแลนด์ ท่านสามารถขอคำแนะนำการวางแผนครอบครัว และการคุมกำเนิด ได้ที่ศูนย์บริการวางแผนครอบครัวและดูแลสุขภาพแม่และเด็ก (Neuvola) ใกล้บ้านท่าน อุปกรณ์คุมกำเนิดบางอย่างสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าและร้านขายยา</p>
<p>ในช่วงแรกที่เพิ่งย้ายมาที่ประเทศฟินแลนด์ไม่ควรรีบมีบุตร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการดำเนินชีวิตร่วมกันระหว่างคู่สมรสและสิ่งแวดล้อมใหม่  ควรพิจารณามีบุตรเมื่อมีความคุ้นเคยกับการดำเนินชีวิตในประเทศฟินแลนด์แล้ว สุขภาพ อายุ และ ความพร้อมของร่างกาย ก็มีส่วนสำคัญในการมีบุตร ควรตรวจร่างกายก่อนที่จะมีบุตร ทั้งสามีและภรรยา เมื่อสุขภาพร่างกายของมารดาแข็งแรงดี จะเป็นผลทำให้บุตรที่เกิดมามีสุขภาพกายดีด้วย ความพร้อมทางด้านการเงินของครอบครัว เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึง  นอกจากนี้ ควรพิจารณาผลกระทบของการมีบุตรต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน หรือโอกาสในการศึกษาหาความรู้ของท่านด้วย<br />
<strong><br />
การทำแท้ง (Abortti)</strong></p>
<p>การแท้ง (Abortti) คือ การยุติการตั้งครรภ์ก่อนกำหนดคลอด เป็นการตายของทารกในครรภ์ เกิดขึ้นได้ด้วยการแท้งเองตามธรรมชาติ หรือการทำให้แท้งด้วยสารเคมีหรือศัลยกรรม การทำแท้งส่วนใหญ่กระทำโดยสูตินรีแพทย์</p>
<p>ในประเทศฟินแลนด์ กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้ โดยสามารถยื่นคำร้องต่อแพทย์ที่ศูนย์สุขภาพ ในกรณีดังต่อไปนี้</p>
<p>ผู้ตั้งครรภ์มีอายุน้อยกว่า 17 ปี หรือมากกว่า 40 ปี<br />
ผู้ตั้งครรภ์มีบุตรแล้วอย่างน้อย 4 คน<br />
การตั้งครรภ์อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ตั้งครรภ์<br />
การตั้งครรภ์และการให้กำเนิดบุตรเป็นภาระหนักต่อการดำรงชีวิตอยู่ของผู้ตั้งครรภ์</p>
<p>การทำแท้งควรทำภายใน 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ หากผู้ตั้งครรภ์อายุไม่ถึง 17 ปี หรือด้วยเหตุผลพิเศษอื่นๆ สามารถทำแท้งได้ จนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ หากทารกในครรภ์มีการผิดรูปหรือพิการขั้นรุนแรง การทำแท้งสามารถทำได้จนอายุครรภ์ 24 สัปดาห์</p>
<p><strong>3.4 การหย่าร้าง (Avioero) และผลกระทบ </strong><br />
สถานภาพการสมรสจะสิ้นสุดลงเมื่อมีการหย่าร้าง คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถยื่นคำร้องขอหย่าร้างได้ ที่สำนักงานศาลในเขตที่ตนมีถิ่นพำนักอยู่  คู่สมรสสามารถยื่นคำร้องขอหย่าร้างพร้อมกันทั้งสองฝ่าย หรือเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว การดำเนินการหย่าร้างจะพิจารณาจากคำร้องและเอกสารๆ ที่ใช้ยื่นประกอบ โดยไม่จำเป็นต้องมีการขึ้นศาล</p>
<p>ในปัจจุบัน การยื่นคำร้องขอหย่าร้างไม่จำเป็นจะต้องให้เหตุผลในการหย่าร้าง เพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแสดงความจำนงว่าต้องการหย่าร้างก็เพียงพอแล้ว หากคู่สมรสยื่นคำร้องขอหย่าร้างเพียงฝ่ายเดียว สำนักงานศาลจะส่งเอกสารแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งรับทราบและเปิดโอกาสให้ดำเนินการโต้แย้งได้ ในบางกรณี ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมรับการหย่าร้าง แต่ศาลก็สามารถตัดสินให้การหย่าร้างมีผลตามกฎหมายได้</p>
<p><strong>ระยะเวลาที่ให้คู่สมรสไปไตร่ตรอง (Harkinta-aika) </strong></p>
<p>หลังจากยื่นคำร้องขอหย่าร้างไปยังสำนักงานศาลแล้ว จะเริ่มต้นนับระยะเวลาที่ให้คู่สมรสไปไตร่ตรองเป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำร้อง หลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาพิจารณาแล้ว คู่สมรสจะต้องยื่นคำร้องยืนยันความจำนงขอหย่าร้างในขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้งหนึ่งไปยังสำนักงานศาล หากไม่ทำการยื่นคำร้องยืนยันควานจำนงขอหย่าร้างอีกครั้งภายในระยะเวลาหนึ่งปี  (นับตั้งวันที่ยื่นคำร้องขอหย่าร้างครั้งแรก) การพิจารณาการหย่าร้างจะถือเป็นโมฆะ และต้องเริ่มดำเนินการใหม่ตั้งแต่ต้น</p>
<p>ระหว่างเวลาที่ให้คู่สมรสไปไตร่ตรอง คู่สมรสไม่จำเป็นต้องแยกกันอยู่ และการเข้าร่วมการเจรจาตกลงเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว (Perheasioiden sovittelu) กับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ก็เป็นเรื่องของความสมัครใจของแต่ละฝ่าย</p>
<p>ทั้งนี้หากคู่สมรสแยกกันอยู่มาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อยสองปี ก่อนที่จะยื่นคำร้องขอหย่าร้าง การหย่าร้างจะสามารถมีผลได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีระยะเวลาสำหรับการไตร่ตรองอีกหกเดือน</p>
<p><strong>กรณีที่มีบุตรที่อายุต่ำกว่า 18 ปี (Alaikäiset lapset)</strong></p>
<p>ในขณะที่ดำเนินการหย่าร้าง คู่สมรสสามารถยื่นข้อตกลงระหว่างกัน เรื่องสิทธิในการเลี้ยงดูบุตรที่อายุต่ำกว่า 18 ปี การอยู่อาศัยของบุตร ค่าเลี้ยงดูบุตร และ สิทธิในการเข้าพบบุตรของอีกฝ่าย หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจะเป็นผู้ตัดสินตามคำร้องขอและนำปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบในการพิจารณา</p>
<p><strong>การแบ่งทรัพย์สิน</strong></p>
<p>ในขณะที่ดำเนินการหย่าร้าง หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันในเรื่องการจัดแบ่งทรัพย์สินได้ คู่สมรสสามารถทำการยื่นเรื่องขอแบ่งทรัพย์สินที่มีร่วมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน เป็นผู้ตรวจสอบและดำเนินการในการตกลงแบ่งทรัพย์สินให้คู่สมรสได้ ในกรณีที่คู่สมรสมีความขัดแย้งกันและไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ และไม่สามารถตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายย้ายออกไปจากบ้านที่อาศัยอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน โดยพิจารณาจากความจำเป็นเรื่องที่พักอาศัยของแต่ละฝ่าย และ พิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ  </p>
<p><strong>ผลกระทบต่อใบอนุญาติมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์</strong></p>
<p>ในกรณีทีท่านสมรสกับชาวฟินแลนด์ และยังไม่ได้รับใบอนุญาตมีถิ่นพำนักถาวรในประเทศฟินแลนด์ หากทำการยื่นคำร้องขอหย่าร้าง และ ไปต่อใบอนุญาตมีถิ่นพำนักในประเทศฟินแลนด์ อาจส่งผลให้ได้รับการปฏิเสธการต่ออายุใบอนุญาตมีถิ่นพำนักฯได้  และอาจจะต้องย้ายกลับประเทศของตน ยกเว้นในกรณีที่มีบุตรร่วมกัน ท่านสามารถยื่นเรื่องต่อใบอนุญาตมีถิ่นพำนักฯเพื่อดูแลบุตรได้</p>
<p>รายละเอียดเพิ่มเติมทางกฎหมายเกี่ยวกับ สิทธิ ต่างๆ ในการสมรส การยื่นเรื่องฟ้องร้อง ฯลฯ สามารถ ขอคำปรึกษาได้จากสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ในเขตเมืองที่มีถิ่นพำนักอยู่ (Oikeusaputoimisto) โดยทำการนัดเวลาเข้าพบและขอคำปรึกษา (สามารถขอใช้บริการล่ามแปลภาษาได้)</p>
<p>ข้อมูลจาก http://www.lakiopas.com/lakitietoa/avioero/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=128</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2. การอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=125</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=125#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:38:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยู่ดี มีสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[2. การอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ 
ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย? หลายคนอาจจะคิดว่า ชีวิตในต่างประเทศนั้น สุขสบาย สะดวกดีพร้อม และมีความเจริญก้าวหน้า มีอนาคตที่ดีรออยู่ แต่เมื่อท่านย้ายถิ่นพำนักมายังประเทศฟินแลนด์แล้ว ท่านได้พบเห็นชีวิต สภาพอากาศ สังคม และภาษา รวมถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกับประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ก็จะทำให้ทราบว่า การเริ่มต้นชีวิตใหม่และการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆ ให้มีความสุขและราบรื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไป หากท่านจะต้องมีทัศนคติที่ดีในการดำเนินชีวิต มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร หมั่นใฝ่หาความรู้ พัฒนาทักษะของตน ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรอบตัวเราอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เราปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
2.1 การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฟินแลนด์ 
ประเทศฟินแลนด์มีความแตกต่างจากประเทศไทยในหลายๆ ด้าน ที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ จำนวนประชากรที่มีเพียงห้าล้านกว่าคนเท่านั้น วิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน ฤดูกาล  ภาษาและวัฒนธรรม สังคมและระบบสวัสดิการสังคม  ซึ่งประเทศฟินแลนด์ถือว่ามีระบบสวัสดิการสังคมที่ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก   กฎหมายของประเทศฟินแลนด์ ให้ความสำคัญในเรื่องของความเสมอภาคเป็นอย่างมาก ดังนั้น ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ จึงได้รับการรับรองสิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย เช่นเดียวกับชาวฟินแลนด์
สภาพภูมิอากาศและการดำเนินชีวิต
ประเทศฟินแลนด์ มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยแบ่งเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว (ช่วงเดือน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=125' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p>2. การอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ </p>
<p>ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย? หลายคนอาจจะคิดว่า ชีวิตในต่างประเทศนั้น สุขสบาย สะดวกดีพร้อม และมีความเจริญก้าวหน้า มีอนาคตที่ดีรออยู่ แต่เมื่อท่านย้ายถิ่นพำนักมายังประเทศฟินแลนด์แล้ว ท่านได้พบเห็นชีวิต สภาพอากาศ สังคม และภาษา รวมถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกับประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ก็จะทำให้ทราบว่า การเริ่มต้นชีวิตใหม่และการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆ ให้มีความสุขและราบรื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไป หากท่านจะต้องมีทัศนคติที่ดีในการดำเนินชีวิต มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร หมั่นใฝ่หาความรู้ พัฒนาทักษะของตน ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรอบตัวเราอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เราปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2.1 การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฟินแลนด์ </strong><br />
ประเทศฟินแลนด์มีความแตกต่างจากประเทศไทยในหลายๆ ด้าน ที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ จำนวนประชากรที่มีเพียงห้าล้านกว่าคนเท่านั้น วิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน ฤดูกาล  ภาษาและวัฒนธรรม สังคมและระบบสวัสดิการสังคม  ซึ่งประเทศฟินแลนด์ถือว่ามีระบบสวัสดิการสังคมที่ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก   กฎหมายของประเทศฟินแลนด์ ให้ความสำคัญในเรื่องของความเสมอภาคเป็นอย่างมาก ดังนั้น ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ จึงได้รับการรับรองสิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย เช่นเดียวกับชาวฟินแลนด์</p>
<p><strong>สภาพภูมิอากาศและการดำเนินชีวิต</strong></p>
<p>ประเทศฟินแลนด์ มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยแบ่งเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว (ช่วงเดือน ธ.ค. – ก.พ.) ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.) ฤดูร้อน (ช่วงเดือน มิ.ย. – ส.ค.) และฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย.) โดยเฉพาะฤดูหนาวและฤดูร้อน มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเรื่องอุณหภูมิ และช่วงเวลาการขึ้นลงของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้ในฤดูหนาว มีช่วงระยะเวลากลางวันสั้นกว่าระยะเวลากลางคืนมาก ในทางกลับกัน ในฤดูร้อนก็มีระยะเวลากลางวันยาวกว่ากลางคืน </p>
<p>สภาพภูมิอากาศในช่วงฤดูหนาวของประเทศฟินแลนด์มีความหนาวเย็นมาก มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส  ดังนั้นควรแต่งกายให้เหมาะกับสภาพอากาศ  นอกจากนี้ เป็นช่วงที่มีแสงอาทิตย์น้อย อาจส่งผลให้เกิดความอ่อนเพลียหรืออาการซึมเศร้า ดังนั้นควรหากิจกรรมทำในยามว่าง เช่น ออกกำลังกายหรือออกไปพบปะเพื่อนฝูง เป็นต้น ฤดูร้อน เป็นช่วงเวลาที่สดใสที่สุดในรอบปี เป็นช่วงเวลาที่ชาวฟินแลนด์ นิยมลาพักร้อนหลังจากการทำงานมาตลอดปีเพื่อหยุดพักผ่อน ใช้เวลาท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ  หรือพักผ่อนที่บ้านกับครอบครัวและเพื่อนฝูง หรือไม่ก็ไปอยู่ที่บ้านพักร้อน ซึ่งมักอยู่ในป่าและใกล้กับทะเลสาบ</p>
<p><strong>ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม</strong></p>
<p>ภาษาราชการของฟินแลนด์ คือภาษาฟินนิชและสวีดิช แต่ทั้งนี้ ชาวฟินแลนด์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีี  แต่หากท่านสามารถสื่อสารด้วยภาษาฟินนิชขั้นพื้นฐานได้ ก็จะช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบายมากขึ้น สามารถติดต่อสื่อสารช่วยเหลือตนเอง ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวรอบตัวได้ และเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศฟินแลนด์ได้ดียิ่งขึ้น การเรียนภาษาฟินนิชจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกๆ สำหรับผู้ที่เพิ่งย้ายถิ่นพำนัก มายังประเทศฟินแลนด์ ควรพิจารณาและวางแผนเพื่อเข้ารับการศึกษา ในสถาบันต่าง ๆ ที่เปิดรับสมัครใกล้บ้าน สำหรับผู้ที่อาศัยในเขตพื้นที่ใช้ภาษาสวีดิช เป็นภาษาหลักก็สามารถเลือกเรียนภาษาสวีดิชได้เช่นกัน  </p>
<p>ในกรณีที่จำเป็น ชาวต่างชาติที่ใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐที่ไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาฟินนิช สวีดิช หรือภาษาอังกฤษได้ ก็สามารถขอใช้บริการล่ามแปลภาษา หรือสามารถได้รับบริการแปลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ และบริการที่ตนเองได้รับจากหน่วยงานของรัฐเป็นภาษาของตนเองได้ ทั้งนี้ ขึ้นกับการพิจารณาของหน่วยงานที่ท่านไปติดต่อเป็นกรณีๆไป หากท่านต้องการความช่วยเหลือด้านภาษา กรุณาสอบถามได้จากหน่วยงานที่ท่านติดต่อขอรับบริการนั้นๆ</p>
<p>ประเทศฟินแลนด์เพิ่งได้รับเอกราชประเทศจากรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ. 1917 ดังนั้น ชาวฟินแลนด์มีความภูมิใจในความเป็นเอกราชของตน มีความรักชาติและรักสงบ หลายคนกล่าวไว้ว่า ลักษณะของชาวฟินแลนด์ส่วนมาก จะรักสันโดษ พูดน้อย สุภาพ รักธรรมชาติ และดำเนินชิวิตอย่างเรียบง่าย ไม่หรูหราฟุ่มเฟือย ชาวฟินแลนด์ เป็นคนที่มีความรู้รอบตัวสูง ชอบติดตามข่าวสารรอบโลกอยู่เสมอ เนื่องจากประเทศฟินแลนด์มีระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานสูง เป็นอันดับต้นๆ ของโลก นอกจากนี้ ชาวฟินแลนด์ ถือเป็นชนชาติ ที่มีซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่คดโกง </p>
<p>ชาวฟินแลนด์ส่วนใหญ่ นับถือศาสนาคริสต์ นิกายลูเทอแรนและออร์ทอดอกซ์ ดังนั้นเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่ชาวฟินแลนด์เฉลิมฉลอง จึงมีความเกี่ยวเนื่องกับศาสนาคริสต์ เช่น เทศกาลอีสเตอร์ (Pääsiäinen ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.) และคริสต์มาส (Joulu วันที่ 24-26 ธ.ค.)  นอกจากนี้ยังมีการเฉลิมฉลองในวันสำคัญต่างๆ อีกด้วย เช่น วันประกาศเอกราช (Itsennäisyyspäivä วันที่ 6 ธ.ค.) วันแรงงาน (Vappu วันที่ 1 พ.ค.) และเทศกาลกลางฤดูร้อน (Juhannus กลางเดือน มิ.ย.)</p>
<p><strong>ชาวฟินแลนด์กับชาวต่างชาติ</strong></p>
<p>ชาวฟินแลนด์โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ มีความคุ้นเคยกับคนต่างชาติเป็นอย่างดี เพราะในแต่ละปี มีชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนประเทศฟินแลนด์เพิ่มมากขึ้นทุกปี นอกจากนี้ มีชาวต่างชาติย้ายถิ่นพำนักมายังประเทศฟินแลนด์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงชาวไทยด้วย จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 2007 มีชาวไทยพำนักอยู่ในประเทศฟินแลนด์เป็นการถาวรถึงกว่า 3,000 คน</p>
<p>สังคมของประเทศฟินแลนด์ในปัจจุบัน เปิดรับชาวต่างชาติมากขึ้น และเคารพในสิทธิและความเสมอภาคของเพื่อนมนุษย์ แต่เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม และภาษา อาจทำให้ชาวฟินแลนด์และชาวต่างชาติ ไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจวัฒนธรรมของกันและกันได้ในบางครั้ง ดังนั้น การทำความเข้าใจและเรียนรู้วัฒนธรรม ของประเทศที่เราอาศัยอยู่ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง<br />
2.2 การปรับตัวเข้าสู่สังคมฟินแลนด์<br />
การปรับตัวอันดับแรกที่ท่านสามารถวางแผนได้ คือการเรียนภาษาฟินนิชหรือภาษาสวีดิช หลังจากที่ท่านได้ย้ายถิ่นพำนักมายังประเทศฟินแลนด์แล้ว ควรไปลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการผ่านสำนักงานแรงงานใกล้บ้านท่าน เพื่อขอรับคำแนะนำทั้งในเรื่องในการเรียนภาษา การฝึกวิชาชีพ การหางานและการศึกษาต่อ จากสำนักงานแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถวางแผนการปรับตัวเข้าสู่สังคมฟินแลนด์ ได้อย่างเหมาะสม การปรับตัวเข้าสู่สังคม ภาษาและวัฒนธรรมใหม่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ หากท่านมีความขยันหมั่นเพียรใฝ่หาความรู้และ พัฒนาทักษะของตนเองอยู่เสมอ</p>
<p><strong>ต้องรู้จักสร้างสังคมใหม่</strong></p>
<p>การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว การมีเพื่อนใหม่ จะช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศฟินแลนด์ของท่าน มีความสุขและราบรื่นมากขึ้น นอกจากเป็นโอกาสในการฝึกฝนการใช้ภาษา ยังเป็นการขยายโอกาสในการทำงานในอนาคตอีกด้วย ในระยะแรก การเข้าเรียนภาษาเป็นช่องทางหนึ่ง ที่จะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ก็ตาม แต่เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสังคมใหม่ของท่านในประเทศฟินแลนด์ นอกจากนี้ การเข้าร่วมทำกิจกรรมของชุมชน ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะพบปะเพื่อนใหม่ที่เป็นชาวฟินแลนด์อีกด้วย</p>
<p>ในระยะแรกนั้น การหางานทำ คงเป็นเรื่องยาก หากไม่มีความรู้ทางภาษาฟินนิช สวีดิช หรืออังกฤษที่ดีพอ หรือไม่มีทักษะทางวิชาชีพที่เป็นที่ต้องการ ของตลาดแรงงานในขณะนั้น การเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครขององค์กรต่างๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และช่องทางที่จะเปิดประตูสู่การสร้างเครือข่าย และสังคมใหม่ให้ตนเอง นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการฝึกภาษาและสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ดีอีกด้วย ชาวฟินแลนด์นั้นเห็นคุณค่าของงานอาสาสมัครเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าบุคคลที่เข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครนั้นเป็นผู้มีความกระตือรือร้น มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น </p>
<p>ในประเทศฟินแลนด์มีองค์กรอิสระมากมาย ที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรม เช่น สภากาชาดของฟินแลนด์ มูลนิธิเพื่อผู้หญิง กลุ่มศาสนาต่าง ๆ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีสมาคมและกลุ่มต่าง ๆ ของชาวไทย ซึ่งมีการจัดกิจกรรมให้สมาชิกทั้งชาวไทยและชาวฟินแลนด์เข้าร่วม เช่น หลักสูตรการสอนภาษาและทำอาหารไทย งานเทศกาลของไทยต่าง ๆ การออกร้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ท่านสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมกับองค์กรเหล่านี้ได้ตามความสนใจของท่าน เพียงติดต่อไปยังองค์กรเหล่านั้น เพื่อแจ้งความจำนงเข้าร่วมกิจกรรมกับองค์กรนั้นๆ และขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่ท่านสนใจ</p>
<p><strong>คนไกลบ้านจะติดต่อข่าวสารจากประเทศไทยได้อย่างไร</strong></p>
<p>การมาอยู่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งห่างไกลจากประเทศไทยที่ท่านคุ้นเคย  ห่างไกลจากครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง รวมถึงสภาพอากาศ ภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทสไทย อาจจะทำให้เกิดความเหงาและคิดถึงบ้านขึ้นได้บ้าง แต่ในปัจจุบัน ประเทศฟินแลนด์มีการให้บริการเพื่อการสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว ทั้งบริการไปรษณีย์ และการบริการโทรคมนาคม ให้้ท่านสามารถติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ ในประเทศไทยได้โดยไม่ยาก ทั้งการเขียนจดหมาย การโทรศัพท์ หรือผ่านบริการต่างๆ ทางอินเตอร์เนท นอกจากนี้ อินเตอร์เนท ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการรับข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทย ตลอดจนรับชมรายการโทรทัศน์และวิทยุออนไลน์ต่างๆจากประเทศไทยได้อีกด้วย</p>
<p>	นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮลซิงกิ ก็เป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารของทางราชการไทย ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งท่านสามารถติดตามข่าวสารทางราชการได้ด้วยตนเอง หรือผ่านทางเว๊บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ http://www.thaiembassy.fi/ นอกจากนี้ ท่านสามารถแจ้งชื่อที่อยู่ของท่าน ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อลงทะเบียนไว้ในฐานข้อมูลชาวไทยในประเทศฟินแลนด์ เพื่อทางสถานเอกอัครราชทูตฯจะได้สามารถส่งข่าวสารทางราชการที่สำคัญไปยังท่านได้</p>
<p>วัดไทยพุทธาราม ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่เป็นศูนย์รวมของชาวไทยในประเทศฟินแลนด์  วัดไทยพุทธารามตั้งอยู่ที่เมือง Sipoo ซี่งห่างจากกรุงเฮลซิงกิ ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 40 กม.  โดยท่านสามารถเดินทางไปท่ีวัดได้ ทั้งโดยรถส่วนตัวและประจำทางจากกรุงเฮลซิงกิ นอกจากนี้ ทางวัดไทยพุทธาราม ยังเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนาของชุมชนชาวไทยในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรม และทำบุญเนื่องในวันสำคัญต่างๆ ทางพุทธศาสนาได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=125</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>1. ความเสมอภาคในประเทศฟินแลนด์</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=123</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=123#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:36:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยู่ดี มีสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog2/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[ชาวฟินแลนด์ถือว่าทุกคนมีความเสมอภาคกัน  และให้ความสำคัญกับความเสมอภาคตามระบอบประชาธิปไตย เหนือกว่าวัฒนธรรมการแบ่งชนชั้นดั้งเดิม  ซึ่งทัศนคตินี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปแก่คนทุกชาติทุกภาษาที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศฟินแลนด์ ดังนั้นโดยหลักการแล้วชาวฟินแลนด์และชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ มีสิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐาน และโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การทำงาน  การเลือกคู่ครอง  การใช้ชีวิตคู่  การแต่งงาน  การเลือกใช้นามสกุล  การวางแผนครอบครัว  การเข้ารับการรักษาพยาบาล และการรับประโยชน์จากสวัสดิการสังคม  
ในประเทศฟินแลนด์  มีการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาค มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004  ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า สถานภาพทางกฎหมายที่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย การเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานทางเพศ  สัญชาติ  เชื้อชาติ  อาชีพ  ภาษา  ความเชื่อ  ความคิด และศาสนานั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่ได้รับการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานดังกล่าว สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานผู้ตรวจการด้านความเสมอภาค (Tasa-arvovaltuutettu) หรือสำนักงานผู้ตรวจการสำหรับชนกลุ่มน้อย (Vähemistövaltuutettu) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=123' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p>ชาวฟินแลนด์ถือว่าทุกคนมีความเสมอภาคกัน  และให้ความสำคัญกับความเสมอภาคตามระบอบประชาธิปไตย เหนือกว่าวัฒนธรรมการแบ่งชนชั้นดั้งเดิม  ซึ่งทัศนคตินี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปแก่คนทุกชาติทุกภาษาที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศฟินแลนด์ ดังนั้นโดยหลักการแล้วชาวฟินแลนด์และชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศฟินแลนด์ มีสิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐาน และโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การทำงาน  การเลือกคู่ครอง  การใช้ชีวิตคู่  การแต่งงาน  การเลือกใช้นามสกุล  การวางแผนครอบครัว  การเข้ารับการรักษาพยาบาล และการรับประโยชน์จากสวัสดิการสังคม  </p>
<p>ในประเทศฟินแลนด์  มีการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาค มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004  ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า สถานภาพทางกฎหมายที่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย การเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานทางเพศ  สัญชาติ  เชื้อชาติ  อาชีพ  ภาษา  ความเชื่อ  ความคิด และศาสนานั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่ได้รับการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานดังกล่าว สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานผู้ตรวจการด้านความเสมอภาค (Tasa-arvovaltuutettu) หรือสำนักงานผู้ตรวจการสำหรับชนกลุ่มน้อย (Vähemistövaltuutettu) หรือที่ปรึกษาด้านกฎหมาย   ไม่ควรยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใคร และหากเราชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ มีความเข้าใจพื้นฐานของความเสมอภาคนี้ ย่อมทำให้เราสามารถดำเนินชีวิต ในประเทศฟินแลนด์ได้อย่างมีความสุข</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=123</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทางในประเทศฟินแลนด์</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=121</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=121#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Jul 2008 19:40:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ballad</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's up]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[การเดินทางในประเทศฟินแลนด์นั้น สามารถเดินทางโดยสะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งหลัก ๆ ก็มี
1. ทางเครื่องบิน โดยสารการบินภายในประเทศ มี
Finnair www.finnair.com
Blue 1 www.blue1.com
FinnComm www.fc.fi
Fly Lappeenranta www.flylappeenranta.fi   (มีเครื่องบินมาด้วยวุ้ย)
ซึ่ง การเดินทางโดยเครื่องบินในฟินแลนด์นั้น ราคาแพงเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยรถไฟหรือรถบัส แต่หากเดินทางระยะทางไกล ๆ เช่นไปหาลุงซานต้าที่ Rovaniemi หรือไปเที่ยว Lapland ก็อาจจะคุ้มค่ากว่าการเดินทางโดยรถบัสหรือรถไฟ เพราะประหยัดเวลา และไม่ต้องนั่งเมื่อยบนรถไฟข้ามคืน
2. ทางรถไฟ สะดวก และรวดเร็วฉับไว ซึ่งรถไฟของฟินแลนด์แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก คือ
2.1 รถไฟระยะไกล (long distance train) มี 5 ประเภทด้วยกัน คือ
Pendolino train

เป็น รถไฟด่วนพิเศษ วิ่งเร็วกว่าประเภทอื่น จอดเฉพาะเมืองหลักเท่านั้น ราคาก็แพงกว่าด้วยเช่นกัน เส้นทางการวิ่งของ Pendolino train แสดงในภาพด้านล่าง

Intercity train

เป็น รถไฟด่วน เส้นทางการวิ่งครอบคลุมกว่า Pendolinno [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=121' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p>การเดินทางในประเทศฟินแลนด์นั้น สามารถเดินทางโดยสะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งหลัก ๆ ก็มี</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"></span><span style="color: red">1. ทางเครื่องบิน</span></strong> โดยสารการบินภายในประเทศ มี</p>
<p>Finnair <a href="http://www.finnair.com/" target="_blank">www.finnair.com</a></p>
<p>Blue 1 <a href="http://www.blue1.com/" target="_blank">www.blue1.com</a></p>
<p>FinnComm <a href="http://www.fc.fi/" target="_blank">www.fc.fi</a></p>
<p>Fly Lappeenranta <a href="http://www.flylappeenranta.fi/" target="_blank">www.flylappeenranta.fi</a>  <img src="http://atspf.org/forum/Smileys/default/grin.gif" alt="ยิงฟันยิ้ม" border="0" /> (มีเครื่องบินมาด้วยวุ้ย)</p>
<p>ซึ่ง การเดินทางโดยเครื่องบินในฟินแลนด์นั้น ราคาแพงเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยรถไฟหรือรถบัส แต่หากเดินทางระยะทางไกล ๆ เช่นไปหาลุงซานต้าที่ Rovaniemi หรือไปเที่ยว Lapland ก็อาจจะคุ้มค่ากว่าการเดินทางโดยรถบัสหรือรถไฟ เพราะประหยัดเวลา และไม่ต้องนั่งเมื่อยบนรถไฟข้ามคืน</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"></span><span style="color: red">2. ทางรถไฟ</span></strong> สะดวก และรวดเร็วฉับไว ซึ่งรถไฟของฟินแลนด์แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก คือ</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"></span><span style="color: purple">2.1 รถไฟระยะไกล (long distance train)</span></strong> มี 5 ประเภทด้วยกัน คือ</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em">Pendolino train</span></strong></p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/kuvat/pendolino_sillalla_534px.jpg" border="0" /></p>
<p>เป็น รถไฟด่วนพิเศษ วิ่งเร็วกว่าประเภทอื่น จอดเฉพาะเมืองหลักเท่านั้น ราคาก็แพงกว่าด้วยเช่นกัน เส้นทางการวิ่งของ Pendolino train แสดงในภาพด้านล่าง</p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/eng/kuvat/pendolino_reitit_03092006b.gif" border="0" /></p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em">Intercity train</span></strong></p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/eng/kuvat/ic_helsingissa.jpg" border="0" /></p>
<p>เป็น รถไฟด่วน เส้นทางการวิ่งครอบคลุมกว่า Pendolinno train ความเร็วในการวิ่งน้อยกว่าเล็กน้อย เส้นทางการวิ่งของ Intercity train แสดงในภาพด้านล่าง</p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/eng/kuvat/intercity_reitit_03092006b.gif" border="0" /></p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em">Express train</span></strong></p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/eng/kuvat/pikajuna_horsmat.jpg" border="0" /></p>
<p>รถไฟประเภทนี้จะวิ่งระยะทางไกล ไม่เร็วมาก เป็นรถรุ่นเก่า (ที่สุดในทั้งหมด) เส้นทางการวิ่งของ Express train แสดงในภาพด้านล่าง</p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/eng/kuvat/pikajuna_reitit_03092006b.gif" border="0" /></p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em">Regional train</span></strong></p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/kuvat/kiskobussi_talvi_534x131.jpg" border="0" /></p>
<p>เป็น รถไฟที่เป็นสายต่อจากรถไฟหลัก 3 ประเภทข้างต้น ไปยังเมืองย่อย ๆ ของภูมิภาคนั้น ๆ ดังนั้นจึงจอดทุก ๆ สถานีเป็นระยะ ๆ เส้นทางการวิ่งของ Regional train แสดงในภาพด้านล่าง</p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/kuvat/pikajunareitit_03092006b.gif" border="0" /></p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em">Night train</span></strong></p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/kuvat/makuuvaunu2krs_sivukuva.jpg" border="0" /><img src="http://www.vr.fi/heo/kuvat/makuuvaunu2krs_177px.jpg" border="0" /></p>
<p>เป็นรถไฟวิ่งระยะไกล จอดเพียงไม่กี่สถานี เส้นทางการวิ่งของ Night train แสดงในภาพด้านล่าง</p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/eng/kuvat/autojunakartta_0801_iso.jpg" border="0" /></p>
<p>การเดินทางโดยรถไฟระยะไกลนั้น สามารถตรวจสอบเวลาการเดินทางได้จาก <a href="http://www.vr.fi/" target="_blank">www.vr.fi</a> และสามารถซื้อตั๋ว online ได้เลย ซึ่งการซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถไฟทั้งแบบ online และที่สถานีนั้น จะถูกกว่าไปซื้อบนรถไฟ 3€ (ซื้อกับคนตรวจตั๋ว) และหากซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติสำหรับการเดินทางระยะทางไกล ก็จะได้ส่วนลด 50 cent อีกด้วย</p>
<p>การเดินทางโดยรถไฟ สามารถซื้อตั๋วแบบไม่จองที่นั่งได้ ซึ่งราคาจะถูกกว่าเล็กน้อย ก็คือว่า สามารถไปเลือกที่นั่งบนรถไฟได้เลย แต่หากมีคนที่จองที่นั้น ๆ มาเรียกร้องสิทธิ เราก็ต้องสละไปหาที่อื่นนั่งเอา โดยค่าจองที่นั่งสำหรับ Pendolino ก็จะแพงกว่า Intercity และสำหรับ Pendolino นั้น ระบุเอาไว้ในกฎว่าจำเป็นจะต้องจองที่นั่ง ดังนั้น ซื้อตั๋วก่อนหลัง ยังไงก็ต้องจ่ายค่าจองที่นั่ง โดยส่วนตัว แนะนำให้จองที่นั่งไปจะดีกว่า โดยเฉพาะการเดินทางในฤดูร้อน ผู้คนจะเดินทางพลุกพล่านมาก ทำให้หาที่นั่งลำบาก เป็นหลักประกันว่าเราจะได้นั่งอย่างสบาย ไร้คนกวนใจในการเดินทาง</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นเป็นตั๋วแบบเหมาจ่าย เช่น Finnrail pass,  Scanrail pass และ Eurorail pass ซึ่งสามารถเดินทางไปยังจุดหมายภายในระยะทางที่กำหนดไว้ ตามจำนวนเที่ยวที่ระบุไว้ และภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ และสำหรับบางช่วงเวลาเช่น ในฤดูร้อน มักจะมีโปรโมชั่นพิเศษ เป็นตั๋ว Holiday pass (หรืออะไรประมาณนี้) สามารถใช้ได้ 3 เดือน เดือนละ 3 เที่ยว เป็นต้น</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"></span><span style="color: purple">2.2 รถไฟระยะใกล้ระหว่างเมือง (commuter train)</span></strong></p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/lahi/kuvat/sm4-talvimaastossa_2.jpg" border="0" /></p>
<p>เป็น รถไฟวิ่งระหว่างเมืองใกล้ ๆ กับกรุงเฮลซิงกิ มีจำนวนตู้น้อย และจอดหลายสถานี โดยสถานีปลายทางอยู่ที่เมือง Espoo, Vantaa, Riihimaki, และ Lahti เป็นต้น โดยเส้นทางการวิ่งของ Commuter train แสดงในภาพด้านล่าง</p>
<p><img src="http://www.vr.fi/heo/lahi/kuvat/lahi_reittik_120807_eng.gif" border="0" /></p>
<p>สำหรับ ตั๋วของ Commuter train สามารถซื้อบนรถไฟได้เช่นกัน หรือจะซื้อเป็นตั๋วแบบรายเดือนก็ได้ อนึ่ง Commuter train บางสายนั้น ครอบคลุมอยู่ในการบริการของ HKL และ YTV ซึ่งเป็นบริการขนส่งมวลชนของกรุงเฮลซิงกิ ผู้ที่ถือตั๋วรายเดือน หรือตั๋วราย 1,3,5 วันของ HKL และ YTV ก็สามารถใช้บริการ Commuter train ได้เช่นกัน</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"></span><span style="color: purple">2.3 รถไฟระหว่างประเทศในยุโรป (Eurorail, Scanrail, Interrail)</span></strong></p>
<p>เป็น รถไฟวิ่งระหว่างประเทศภายในทวีปยุโรป ซึ่งการเดินทางโดยรถไฟจากฟินแลนด์ไปยังต่างประเทศนั้น สามารถไปได้ทางสวีเดน ซึ่งมีพรมแดนเชื่อมต่ออยู่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งห่างจากกรุงเฮลซิงกิมาก และไม่เป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมมากนัก อีกทั้งยังเสียเวลาเดินทางอ้อมประเทศ หากต้องการไปกรุงสต๊อกโฮล์ม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทาง VR ให้บริการในการจองตั๋วรถไฟระหว่างประเทศในยุโรป สำหรับผู้ที่นิยมชมชอบในการเดินทางโดยรถไฟ โดยไม่กังวลกับระยะเวลาในการเดินทางระหว่างประเทศมากนัก</p>
<p><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"></span><span style="color: purple">2.4 รถไฟไปรัสเซีย </span></strong></p>
<p>รถไฟไปรัสเซียนั้น มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ St.Petersberg และกรุงมอสโคว ที่ให้บริการโดย VR</p>
<p>สำหรับ คนไทย สามารถเดินทางเข้าประเทศรัสเซียโดยไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2007 โดยประกาศเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://thaiembassymoscow.com/index.php?option=com_content&amp;nomenu=1&amp;task=view&amp;id=805" target="_blank">http://thaiembassymoscow.com/index.php?option=com_content&amp;nomenu=1&amp;task=view&amp;id=805</a> ซึ่งทางที่ดี พิมพ์คำประกาศติดตัวไปตอนเดินทางเข้าประเทศรัสเซียด้วยจะเป็นการดีอย่างยิ่ง เพื่อไว้ยืนยันในกรณีที่มีปัญหาในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศรัสเซีย</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.vr.fi/" target="_blank">www.vr.fi</a></p>
<p><span style="color: red"><strong><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em">3. ทางรถบัส</span></strong></span></p>
<p>การเดินทางโดยรถบัสระหว่างเมืองในประเทศฟินแลนด์ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ</p>
<p><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"><strong>Express bus</strong></span></p>
<p><img src="http://www.visitfinland.com/ima/Page/finland_transport_coach.jpg" border="0" /></p>
<p>จะเป็นรถบัสวิ่งระยะไกล แวะจอดหลายเมือง สามารถเช็ครอบการเดินทางได้จาก <a href="http://www.matkahulto.fi/" target="_blank">www.matkahulto.fi</a> หรือ <a href="http://www.expressbus.com/" target="_blank">www.expressbus.com</a></p>
<p><img src="http://www.expressbus.fi/img/content//kuvat/reitisto.gif" border="0" /></p>
<p><span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em"><strong>Regional bus</strong></span> (อันนี้ไม่แน่ใจเรื่องชื่อ)</p>
<p>เป็นรถบัสวิ่งระหว่างเมืองใกล้ ๆ กัน สามารถหาข้อมูลได้ตาม Travel Center (Matkakeskus) ของเมืองนั้น ๆ</p>
<p>การ เดินทางโดย Express bus ในฟินแลนด์ รถบัสจะไม่จอดทุกป้าย แต่จะจอดเฉพาะจุดจอดรถในเมืองหรือ Travel center (Matkakeskus) หรือ สถานีขนส่งรถบัส (Linja-auto asema) ซึ่งสามจุดที่กล่าวมานี้ จะสังเกตได้ง่าย เพราะจะมีทั้ง Express bus, Regional bus และรถประจำทางของเมืองนั้น ๆ มาจอดด้วย</p>
<p>สำหรับป้ายรถเมล์ที่ Express bus จอดทั้งในเมือง และตามรายทางต่าง ๆ ให้สังเกตป้ายรถเมล์ที่มีป้ายสีฟ้า หรือที่เขียนว่า Pikavuoro <img src="http://www3.jkl.fi/maahanmuuttajat/pikavuoro.gif" border="0" /> (ขอบคุณเว็บไซต์เมือง Jyväskylä สำหรับรูปป้าย) Express bus จะจอดรับ-ส่งที่ป้ายนั้นแน่นอน  <img src="http://atspf.org/forum/Smileys/default/smiley.gif" alt="ยิ้ม" border="0" /></p>
<p>และ เนื่องจาก Express bus นั้น แต่ละคันไม่ได้วิ่งผ่านทุกเมือง บางครั้งเราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง ซึ่งหากเช็คทางเว็บไซต์แล้วก็จะมีระบุไว้ชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนรถที่ไหน และรถคันที่ขึ้น มีสถานีต้นทาง-ปลายทางที่ไหน</p>
<p>การเดินทางด้วยรถบัส เราสามารถซื้อตั๋วได้ที่คนขับรถเลย หรือจะซื้อที่ Travel Center ของแต่ละเมืองก็ได้ ล่าสุดสามารถซื้อตั๋วผ่านทางเว็บไซต์ และสามารถจองที่นั่งได้ด้วย แต่ในทางปฏิบัติ ผู้คนก็ยังไม่นิยมจองที่นั่ง โดยสามารถเลือกนั่งตรงไหนก็ได้</p>
<p>การเดินทางโดยรถบัส หากเราเดินทางเป็นประจำ สามารถซื้อตั๋วแบบเป็นรายเดือน หรือตั๋วแบบจำนวนเที่ยว ซึ่งราคาจะถูกกว่าการจ่ายค่าโดยสารทุกครั้งในทุกการเดินทาง และการซื้อตั๋วแบบ Round-trip (ไปกลับ) จาก Travel Center ก็จะราคาถูกกว่าการซื้อตั๋วกับคนขับรถเช่นกัน</p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม สามารศึกษาได้จาก <a href="http://www.matkahuolto.fi/" target="_blank">www.matkahulto.fi</a> และ <a href="http://www.expressbus.com/" target="_blank">www.expressbus.com</a></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก: <a href="http://www.vr.fi/" target="_blank">VR</a>, <a href="http://www.matkahulto.fi/" target="_blank">MATKAHUOLTO</a></p>
<p>Last update: 06.07.08</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=121</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลิปวีดีโอ เสวนา “ปรับตัวเข้าสู่ชีวิตใหม่ในฟินแลนด์” 3</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=120</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=120#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 May 2008 09:48:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เสวนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=120' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p><object id="MediaPlayer" width=320 height=286 classid="CLSID:22D6f312-B0F6-11D0-94AB-0080C74C7E95" standby="Loading Windows Media Player components..." type="application/x-oleobject" codebase="http://activex.microsoft.com/activex/controls/mplayer/en/nsmp2inf.cab#Version=6,4,7,1112"><param name="filename" value="http://atspf.org/site/media/Opening_0002.wmv"></param><param name="Showcontrols" value="True"></param><param name="autoStart" value="False"><embed type="application/x-mplayer2" src="http://atspf.org/site/media/Opening_0002.wmv" name="MediaPlayer" width=320 height=240></embed></param></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=120</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://atspf.org/site/media/Opening_0002.wmv" length="28785880" type="video/x-ms-wmv" />
		</item>
		<item>
		<title>คลิปวีดีโอ เสวนา “ปรับตัวเข้าสู่ชีวิตใหม่ในฟินแลนด์” 2</title>
		<link>http://blog.atspf.org/blog2/?p=119</link>
		<comments>http://blog.atspf.org/blog2/?p=119#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 May 2008 09:41:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เสวนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.atspf.org/blog/?p=119</guid>
		<description><![CDATA[คลิปที่ 2 กำหนดการงานในวันนี้ และพบกับวิทยากรรับเชิญท่านแรก คุณนิรมล ถนัดธนูศิลป์ (พี่อุ๋ม) ค่ะ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:like href='http://blog.atspf.org/blog2/?p=119' send='true' layout='standard' show_faces='true' width='450' height='65' action='like' colorscheme='light' font='lucida+grande'></fb:like><p>คลิปที่ 2 กำหนดการงานในวันนี้ และพบกับวิทยากรรับเชิญท่านแรก คุณนิรมล ถนัดธนูศิลป์ (พี่อุ๋ม) ค่ะ</p>
<p><object id="MediaPlayer" width=320 height=286 classid="CLSID:22D6f312-B0F6-11D0-94AB-0080C74C7E95" standby="Loading Windows Media Player components..." type="application/x-oleobject" codebase="http://activex.microsoft.com/activex/controls/mplayer/en/nsmp2inf.cab#Version=6,4,7,1112"><param name="filename" value="http://atspf.org/site/media/Opening_0001.wmv"></param><param name="Showcontrols" value="True"></param><param name="autoStart" value="False"><embed type="application/x-mplayer2" src="http://atspf.org/site/media/Opening_0001.wmv" name="MediaPlayer" width=320 height=240></embed></param></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.atspf.org/blog2/?feed=rss2&#038;p=119</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://atspf.org/site/media/Opening_0001.wmv" length="6850244" type="video/x-ms-wmv" />
		</item>
	</channel>
</rss>

